หวาดกลัวมีหัวแต่ไร้หัวใจ "ปี๋ ศีรษะมาร" !! "ดา ชฎาพร" นางเอกในตำนานสวยอมตะด้วยวัย 49

2020-03-03 11:25:09

หวาดกลัวมีหัวแต่ไร้หัวใจ "ปี๋ ศีรษะมาร" !! "ดา ชฎาพร" นางเอกในตำนานสวยอมตะด้วยวัย 49

"ดา ชฎาพร รัตนากร" นางเอกละครหลอนหลอกยุค 90 "ศีรษะมาร" ปัจจุบันชีวิตสุดแฮปปี้ สวยเหมือนเดิมวันเวลาไม่สามารถกระชากความงามของเธอไปได้ ...



เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆ ละครในยุค 90 คงจำกันได้อย่างแน่นอน กับละครหลอนหลอกขวัญผวาในช่วงนั้น ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของละครแนวผีๆ ลึกลับสลับการฆาตกรรม และหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของสาวที่มีพลังจิตแต่ชีวิตกลับลิขิตให้เธอต้องเจอกับจุดเปลี่ยนสุดหักมุม จนกลายเป็นที่มาของโศกนาฏกรรมความรักที่มีความลึกลับผุดขึ้นพร้อมกับความชั่วร้ายภายในจิตใจ ส่งผลให้เนื้อเรื่องสนุกชวนติดตาม ลุ้นๆ หลอนๆ ไปในคราวเดียว "ศีรษะมาร" 

Advertisement




เรื่องลับๆ ของนางเอกในตำนาน "นีโน่" โผล่เซอร์ไพรส์ "ดา ชฎาพร" แจงต้นตอฉายา "ดานินจา"


Advertisement




ละครเรื่องเก่า "ศีรษะมาร" ที่ได้ยินมาว่ากำลังถูกเอามาเล่าใหม่ และจะรีเมกเสร็จสิ้นให้ได้รับชมกันอีกครั้งในปี 2020 โดยผู้กำกับและทีมงานมากประสบการณ์ ซึ่งนับดูก็นานกว่า 27 ปีแล้วที่ละครเรื่องนี้ขึ้นฉายทางจอแก้ว (10 ธันวาคม 2536) และเป็นที่พูดถึงกันเกรียวกราวในสมัยนั้น เนื่องจากนักแสดงนำที่เล่นเป็น "ปี๋" นั้น ทำผลงานเอาไว้ดีเอามากๆ จนยากที่จะมีใครมาสวมบทบาทนี้ได้ทัดเทียมเธอ "ดา ชฎาพร รัตนากร" เพราะตัวละครตัวนี้มีลักษณะนิสัยค่อนข้างซับซ้อน บุคลิกภายนอกอ่อนหวาน แต่เก็บความร้ายกาจไว้ มีความเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ อารมณ์เกรี้ยวกราดโมโหง่ายและทำลายทุกอย่างที่ขวางทางเธอ แต่นักแสดงสาว "ดา ชฎาพร" สามารถเข้าถึงบทบาทและเก็บรายละเอียดของตัวละคร (ปี๋) ไว้ได้แทบทุกเม็ด


ภาพจากละคร ในบท "ปี๋ ปิลันธา"

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะคิดถึงนางเอกเจ้าบทบาทคนนี้กันอยู่ไม่น้อย หลังเธอห่างหายหน้าจากวงการบันเทิงไปกว่า 10 ปี วันนี้ทีมสกู๊ปพิเศษ นิว 18 เลยมีภาพน่ารักๆ ของเธอมาอัพเดตให้ได้ชมกันด้วย เรามาดูกันว่าปัจจุบันของ "ดา ชฎาพร" ในวัย 49 นั้นจะสวยเป๊ะปังขนาดไหน !! ต้องบอกเลยว่าผู้หญิงวัยขนาดนี้ต้องดูแลตัวเองดีแค่ไหนถึงได้สวยสดใสอย่างเช่นเธอ 

Advertisement






ชฎาพร รัตนากร ชื่อเล่น : ดา เป็นนักแสดงชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 มีผลงานการแสดงครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง นายซีอุย แซ่อึ้ง ตามด้วยละครเรื่อง ดินน้ำลมไฟ (จักรๆ วงศ์ๆ) และ ไผ่แดง



Advertisement



ทั้งนี้ ละครเรื่อง ศีรษะมาร นั้นเป็นนิยายแนวลึกลับผสมวิทยาศาสตร์และพลังจิตหรือปรจิตวิทยา แต่งโดยจินตวีร์ วิวัธน์ นามปากกาของจินตนา ภักดีชายแดน ถือเป็นนิยายที่มีความยาวมากที่สุดเรื่องหนึ่งของเธอ แม้จะมีเนื้อหาเช่นนวนิยายสยองขวัญ แต่มีการผสานศาสตร์เร้นลับเข้ากับวิทยาศาสตร์บางประการเพื่ออธิบายอำนาจเหนือธรรมชาติของตัวละครหลักคือปิลันธา เช่น การแทรกจิตด้วยคลื่นความคิด (Telephathy), การใช้จิตควบคุมการลอยตัว (Levitation) และการใช้จิตเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของวัตถุ (Telekinesis) ซึ่งสำแดงด้วยการใช้พลังจิตทำให้ศีรษะที่ขาดจากร่างของเธอลอยไปลอยมาอย่างอิสระ 



เนื้อหาเป็นเรื่องราวของปิลันธาหรือปี๋ หญิงสาวผู้มีพลังจิต เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงเป็นผลให้ศีรษะและลำตัวขาดออกจากกัน แต่ด้วยอำนาจวิเศษเธอจึงไม่ตายและได้รับการช่วยเหลือจากปิติ ลุงซึ่งเป็นแพทย์ช่วยรักษาและคงสภาพศีรษะของปิลันธาไว้ได้ แต่ร่างกายกลับเน่าเปื่อยไม่คงสภาพ เธอมีชีวิตรอดได้ด้วยการดูดเลือดผู้อื่นเพื่อเป็นพลังงาน และใช้ศีรษะเคลื่อนที่ไปมาไล่ฆ่าผู้อื่นในยามวิกาล[4][5] ด้วยเหตุนี้ปิลันธาจึงแสวงหาร่างของหญิงที่งามมากพอให้ศีรษะของเธอได้สวมใส่สำหรับมัดใจชาย โดยเฉพาะสักการคู่หมั้นของวิฬารี เธออำพรางรอยแผลที่คอด้วยผ้าพันคอ



Advertisement



ศีรษะมาร เป็นที่กล่าวขวัญกันเป็นอย่างมากเมื่อช่วงที่ทำเป็นละครโทรทัศน์ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2536 ผลิตโดยค่ายดาราวิดีโอ บทโทรทัศน์โดยลุลินารถ กำกับการแสดงโดยจรูญ ธรรมศิลป์ นำแสดงโดยชฎาพร รัตนากร, บิลลี่ โอแกน, อุษณีย์ รักกสิกรณ์ และภาณุเดช วัฒนสุชาติ ถือเป็นละครสยองขวัญที่ถูกกล่าวถึงมากจนถึงปัจจุบัน



โดยเนื้อเรื่อง "ศีรษะมาร" นั้น มีตัวละคร "ปิลันธา" หรือ "ปี๋" หญิงสาวผู้มีนิสัยใจร้าย เจ้าอารมณ์ เป็นตัวดำเนินเรื่อง เธอประสบอุบัติเหตุจนกระจกใหญ่ตัดศีรษะเธอหลุดออกจากคอ แต่ด้วยความที่เธอมีพลังจิตพิเศษทำให้แม้ว่าศีรษะจะขาดแต่เธอก็ไม่ตาย เธอหิ้วหัวของตัวเองกลับบ้านมาหา "นายแพทย์ปิติ" ลุงของเธอที่ทำการทดลองเกี่ยวกับอำนาจวิเศษของเธออยู่ ปิติพยายามทำการทดลองเพื่อต่อศีรษะของเธอแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ร่างกายของปิลันธาเริ่มเน่า ทำให้เธอต้องหาร่างหญิงสาวใหม่ๆ มาเพื่อทำการทดลอง ในเวลากลางวันเธอใช้ผ้าพันคอปิดรอยแผลคอขาดของเธอไว้ และเมื่อในเวลากลางคืนที่ร่างกายหญิงสาวของเธอที่เริ่มเน่า เธอก็จะใช้หัวลอยไปตามหาร่างหญิงสาวคนใหม่จนเกิดเป็นคดีหญิงสาวหายตัวไปอย่างลึกลับ



"วิฬารี" ลูกพี่ลูกน้องของปิลันธากลับมาจากต่างประเทศพร้อมคู่หมั้น "สักการ” ปิลันธาเมื่อเห็นสักการก็นึกรักและท้าทายมาก เธอทำการทดลองต่อศีรษะกับร่างหญิงสาวจนสำเร็จแต่แล้วน้ำกรดก็หกรดตัวเธอ จนเธอเหลือแค่ก้อนสมองที่มีพลังจิตเท่านั้น ก้อนสมองนั้นลอยไปลอยมาได้และไปดูดเลือดคนมาเลี้ยงสมองได้อีกด้วย เธอคิดที่จะนำร่างของวิฬารีมาใช้ทำการทดลอง แต่ในอีกใจหนึ่งเธออยากเป็นคนรักของสักการ ก้อนสมองทำร้ายวิฬารีจนเกือบตาย สักการเข้ามาช่วยไว้ และยืนยันว่าจะขอกอดศพของวิฬารีดีกว่าจะต้องเอาสมองของคนอื่นมาใส่ในร่างวิฬารี สุดท้ายแล้วเจ้าก้อนสมองลอยได้นั้นถูกทำลายแต่ทว่าดวงจิตของปิลันธายังคงอยู่ในห้องทดลองแห่งนั้นไม่เคยไปไหน


"ดา ชฎาพร รัตนากร" ชื่นชอบการถ่ายภาพและใช้ชีวิตแสนแฮปปี้ด้วยวัยก้าวเข้าสู่ เลข 5


ไม่บอกก็ไม่รู้นะว่า 49 แล้ว