กมธ.เรียกร้อง "อนุทิน" ดึงกัญชาพ้นยาเสพติด

2021-11-10 02:00:13

กมธ.เรียกร้อง "อนุทิน" ดึงกัญชาพ้นยาเสพติด

Advertisement

กมธ.สาธารณสุขเรียกร้อง "อนุทิน" ดึงกัญชาพ้นยาเสพติด เปิดช่องใช้ทางการแพทย์ เศรษฐกิจเต็มที่

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือลงวันที่ 22 ต.ค. 2564 ถึงข้อเรียกร้องต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และสาธารณสุข เรื่อง ขอให้ทบทวนเนื้อความในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องกับนิยามของกัญชา เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และด้านอื่นๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยระบุว่า ด้วยคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษา และติดตามการบังคับใช้กฎหมายด้านสมุนไพรรวมทั้งการยกร่างกฎหมายว่าด้วยพืชที่เป็นยาเสพติด เพื่อประโยชน์ด้านการสาธารณสุข ใน กมธ.สาธารณสุข ได้พิจารณาศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์โดยได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมและการศึกษาจากรายงานผลการศึกษา วิจัยเพื่อเปรียบเทียบทั้งข้อดีและข้อเสียในการนำกัญชา ซึ่งกฎหมายได้กำหนดเป็นยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมทั้งได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพืชที่เป็นยาเสพติตโดยได้พิจารณากฎหมายของประเทศไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และ ค.ศ. 1972 ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าว

เอกสาร ระบุต่อว่า ซึ่งจากการพิจารณาของคณะอนุ กมธ. มีความคิดเห็นว่า ข้อห้ามข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาที่ถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติดประเภท 5 ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดของประเทศไทยนั้นมีบทบัญญัติที่มีนัยมากกว่า ที่กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดไว้ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีลักษณะที่ปิดกั้นไม่ให้มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือด้านอื่น ๆ ดังนั้น คณะกรรมาธิการ จึงได้มีมติให้เสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางการพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ไขหรือจัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุขใน 2 ประเด็น ดังนี้1. ควรมีการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 โดยกำหนดให้กัญชา หมายถึงแค่สารเตตราไฮโตรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ที่อยู่ในช่อดอกของกัญชา ซึ่งมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนักตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลกให้เป็นยาเสพติดประเภท 5 เท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศดังกล่าวข้างต้น

เอกสาร ระบุต่อว่า 2.ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วและจะมีผลใช้บังคับในระยะเวลาอันใกล้ซึ่งโดยนัยของมาตรา 29 ของร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดได้กำหนดประเภทของยาเสพติดเป็น 5 ประเภท โดยไม่มีการกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทใดประเภทหนึ่งใน 5 ประเภท อย่างแจ้งชัด แต่ได้กำหนดให้ รมว.สาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจประกาศกำหนดระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่ายาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งใน 5 ประเภท ดังกล่าวได้ ซึ่งในประเด็นนี้คณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นว่าไม่ควรจัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุขโดยระบุขอกัญชาให้เป็นยาเสพติดให้โทษอีกเพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านการแพทย์หรือด้านอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป