"หญิง-ตุลย์" อัพเดตงานวิวาห์แพลนแต่งงานปีหน้า

2020-09-10 18:45:08

"หญิง-ตุลย์" อัพเดตงานวิวาห์แพลนแต่งงานปีหน้า

ครบรอบคบกันมา 3 ปีกันไปแล้วสำหรับคู่ของ "หญิง รฐา โพธิ์งาม" กับ "ตุลย์ ตุลยเทพ เอิ้อวิทยา" ที่ตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องงานวิวาห์ไว้บ้างแล้ว ล่าสุดเจอทั้งคู่ในงานงานแถลงข่าว “กระบี่ฮาล์ฟมาราธอน 2020” เลยสอบถามถึงความพร้อมในการใช้ชีวิตคู่ว่า

ครบรอบ 3 ปีแล้ว ?
ตุลย์ : ก็ดีครับ ราบรื่น ไม่มีทะเลาะกันเลยครับ เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น เสมอต้นเสมอปลาย

Advertisement



หญิง : เป็นคู่ที่เหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันไปแล้ว คือไม่ได้เป็นมุมที่แบบ ถ้าเป็นแฟนก็คงมีลักษณะของความหึงหวงกัน แต่อันนี้เราอยู่ในจุดที่มันก็มีจังหวะช่วงแรกๆ ที่มีหึงหวงกัน แต่มันผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผ่านมาในจุดของความเข้าใจซึ่งกันและแล้ว ตอนนี้ก็เหมือนเราอยู่กันไปแบบประคับประคอง แล้วก็ทำความเข้าใจกันไปทุกวัน ไม่ได้หวือหวาอะไร เป็นคู่ที่รู้สึกว่าไปได้เรื่อยๆ



Advertisement



แป๊บเดียว 3 ปีแล้ว ?
หญิง : เราอายุมากแล้ว (หัวเราะ) อะไรๆ ก็เร็วไปหมดแล้วค่ะ

มีคุยเรื่องการแต่งงานกันบ้างไหม ?
หญิง : ให้พี่ตุลย์พูดค่ะ (หัวเราะ)

ตุลย์ : ก็มีคุยกันครับ แต่ยังไม่มีฤกษ์ เพียงแต่ว่าจากที่ผมให้สัมภาษณ์ไปคราวที่แล้ว คือบอกจะให้ผู้ใหญ่คุยกัน ก็มีที่ไปทานข้าวด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่ผมไปเจอคุณแม่น้อย ตอนวันแม่ แล้วก็มีแจ้งทางคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายครับ ว่าเรามีความคิดนะ ว่าอยากจะมีพิธีการอะไรกันในอนาคต แต่ว่ายังไม่ได้บอกวัน ยังไม่ได้กำหนดอะไรเลย แต่ก็คือเรียกว่าผู้ใหญ่รับรู้แล้วครับ

Advertisement




ใครเป็นคนไปดูฤกษ์แต่งงาน ?
ตุลย์ : เราน่าจะจัดการกัน

หญิง : ใครมีพระที่เลื่อมใส ก็ลองเอามาได้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้หลักๆ เลย สำหรับตัวหญิงเอง หญิงรู้สึกว่า อย่างเพื่อนที่เราสนิทมาก อย่าง เจนนี่ เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ ก็อยากให้เขาอยู่ในงานด้วย ก็ต้องดูในเรื่องของโควิด-19 ด้วย ว่าที่สุดแล้วจะบินกันมาได้เมื่อไหร่ แล้วก็ดูความปลอดภัย เพราะเจนและลูก 3 คน และมีเพิ่งคลอดคนหนึ่งด้วย มันเป็นองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ก็แพลนว่าอาจจะเป็นปีหน้า แต่จะเป็นช่วงไหนต้องลองดู


Advertisement




คบกันมา 3 ปี เราพร้อมที่จะแต่งงานกันไหม ?
ตุลย์ : ถามว่าพร้อมไหม ผมว่าการแต่งงานมันเป็นอะไรอ่ะ จุดเริ่มต้นเหรอ

หญิง : จุดจบ (หัวเราะ) จุดเริ่มต้นๆ อินละครๆ

ตุลย์ : มันต้องค่อยๆปรับ แล้วก็เปลี่ยนกันไป ถามว่ามีใครพร้อมจะแต่งงานไหม ผมว่าคงไม่มีใครตอบได้ว่าพร้อมแล้วล่ะ

Advertisement



คู่เราจะมีซีนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานไหม ?
ตุลย์ : เก็บไว้เซอร์ไพรส์ครับ

หญิง : ที่เซอร์ไพรส์คือ ไม่มีเซอร์ไพรส์ (หัวเราะ) ถามว่าแต่งหน้ารอไหม ก็แต่งหน้าทุกวันเลยอ่ะ (หัวเราะ) ไม่รู้จะมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่ๆ แต่ว่าด้วยนิสัยพี่ตุลย์ เขาไม่ใช่คนที่แบบว่า โอ้โห เตรียมจัดการเพื่ออะไรขนาดนั้น เขาเป็นผู้ชายมากๆ แล้วก็เป็นนักกีฬา เขาอาจจะไปวิ่งสักร้อยกิโล แล้วกลับมาทรุดเข่าขอพอดีเลย แบบนั้นอาจจะเป็นไปได้

ตุลย์ : ทรุดแล้วก็เอาแหวนจากมือพี่ (หัวเราะ)

คิดไหมว่าภาพมันจะออกมาเป็นยังไง ?
หญิง : จริงๆ ถ้าถามหญิงนะ ด้วยความที่เราก็อายุเท่านี้แล้ว คือเราคิดว่าให้เป็นความอบอุ่นของครอบครัว น่าจะรู้สึกเติมเต็มสำหรับหญิงมากกว่า เพราะว่าตัวหญิงเอง ก็อยู่กับคุณแม่มาตลอด อาจจะเป็นภาพที่อยู่ด้วยกันทั้งครอบครัว ทั้งครอบครัวพี่เขากับเรา หญิงว่าแบบนั้นอบอุ่นกว่า ไอ้ประเภทคุกเข่า ถ้าตอนอายุ 20 ปลายๆ ก็คิด แต่ตอนนี้ 30 ปลายๆ แล้ว ไม่ต้องคิดเยอะค่ะๆ



ปีหน้าแต่งชัวร์ ?
หญิง : ถามพี่ตุลย์(หัวเราะ)

ตุลย์ : คิดว่าครับ น่าจะ เพราะปีหน้าเราก็ยาวอยู่ อาจจะเป็นธันวาก็ได้

วันที่ครอบครัวได้ไปเจอกัน กลับบ้านมาคุณแม่น้อยว่าอย่างไรบ้าง ?
หญิง : คุณแม่ก็บอกว่า ก็เป็นรูปธรรมมากขึ้น เราพร้อมหรือยัง เป็นแม่บ้านกับเขาเป็นไหม ทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า เป็นลักษณะนั้นมากกว่า

เราเป็นแม่บ้านหรือเปล่า ?
หญิง : ทำกับข้าวได้แล้วนะ แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าบางทีมันคาดเดาไม่ได้ แต่เราตั้งเตาใส่กระทะ เราทำข้าวหน้าเนื้ออร่อย เป็นเมนูแรกและเมนูเดียว (หัวเราะ)

ตุลย์ : ถามว่ากินได้ไหม ถ้าข้าวหน้าเนื้อโอเคครับ มันเกือบสำเร็จรูปแล้ว มาถึงฉีกกล่องอุ่นใส่ซอส

หญิง : ไม่ใช่ ผสมซอสเองนะ จริงๆ พี่ตุลย์จะทำกับข้าวเยอะกว่า



หรือจะเปลี่ยนไปเป็นทำงานบ้านแทน ?
หญิง : ทำได้ พับผ้าได้ จัดกระเป๋าเก่งด้วย

เห็นแววแม่ศรีเรือนในตัวเขาไหม ?
ตุลย์ : ก็คงมีแหละครับ เขาก็มีความตั้งใจในการทำกับข้าวนะ เอาจริงๆ ไม่ได้ต้องการความเป็นแม่ศรีเรือนในตัวเขาเท่าไหร่ เพราะตัวพี่เองตอนอยู่อเมริกาก็ทำอะไรเองหมดเลย นี่คงจะช่วยทำให้เขาด้วยซ้ำ หุงข้าว ซักผ้าให้

หญิง : แต่เราพับผ้าได้

ตุลย์ : พี่ซัก เราพับ

หญิง : คือเรามีข้อแม้กันว่า ถ้าใครทำกับข้าว อีกคนจะล้างจาน



แสดงว่าเราแสตนด์บายที่อ่างล้างจานตลอด ?
หญิง : เนี่ยซื้อน้ำยาล้างจานอะไรไว้หมดแล้ว (หัวเราะ) เดี่ยวนี้มีเครื่องล้างจานแต่เดี๋ยวมันจะดูไม่เหนื่อยไง เราต้องทำเอง เขาจะได้เห็นใจ

วางแผนหรือยังว่าจะสร้างเรือนหอก่อน หรือมีแพลนจะทำอะไรก่อน ?
หญิง : ตอนนี้มีคอนโดอยู่ค่ะ

ตุลย์ : แต่ด้วยความที่เราต่างคนต่างมีบ้านใช่ไหมครับ ก็อาจจะสลับกันไปนอนคนละบ้าน และยังมีคอนโดที่ซื้อไว้ด้วยกันอยู่แล้วครับ

หญิง : คือคิดว่าถ้าแต่งแล้ว หญิงก็คงไปอยู่บ้านพี่ตุลย์ แต่ด้วยความที่หญิงกับคุณแม่อยู่กัน 2 คน คุณแม่ก็จะมีพี่สาวอีกคนที่เป็นพี่บุญธรรมและลูกสาว ถือว่าเป็นหลานสาว ก็มาอยู่บ้านเดียวกัน บ้านหญิงก็จะมีผู้หญิงอยู่ด้วยกัน 4 คน เลยคิดว่าถ้า จันทร์-ศุกร์ ก็จะไปอยู้บ้านพี่ตุลย์ ส่วน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็จะมาอยู่กับคุณแม่ แต่ถ้าคอนโดเสร็จและด้วยความที่ข้างหลังสามารถวิ่งไปสวนเบญฯได้ เลยคิดว่าถ้าวันไหนที่เราอยากจะไปวิ่ง หรือไปออกกำลังกายตอนเช้าก็ค่อยไปนอนที่นั่น หรือถ้าวันไหนที่หญิงทำงานในเมืองและรถติดมากก็ค่อยไปนอนคอนโด

ตุลย์ : วันไหนทะเลาะก็ค่อยแยกไปนอน (หัวเราะ)



เราจะก้าวสเต็ปจากคำว่าแฟน มาเป็นคู่ชีวิตแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ?
หญิง : หญิงไม่รู้เลย หญิงรู้สึกว่าคงไม่ต่างมั้ง คือคนเราอยู่ด้วยความเข้าใจค่ะ ถึงสเตตัสมันจะเปลี่ยนจากแฟนเป็นสามีภรรยายังไง แต่หญิงเชื่อว่าที่สุดแล้วความเข้าใจของคนสองคนมันสำคัญที่สุด หญิงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรืออะไร ในมุมของเราที่เป็นผู้หญิงอ่ะเนอะ ก็จะพยายามทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี จะพยายามเพราะไม่เคยมีพาร์ทนี้ในชีวิตมาก่อนเลย แต่ว่าจะพยายามค่ะ

ตุลย์ : เรียกว่าอยู่ดูแลด้วยกันดีกว่า ช่วยๆ กัน ผมว่ายุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ผู้หญิงต้องอยู่บ้านทำกับข้าวอะไรแล้ว ถ้าใครทำอะไรก็ช่วยกันดีกว่าครับ

วางแผนถึงขั้นจะมีน้องด้วยไหม ?
หญิง : ยังไม่ได้คิดค่ะ แต่แม่น้อยอยากให้หญิงฝากไข่ไว้ก่อน ก็อาจจะมีฝากไข่ไว้ก่อน ด้วยเราสองคนไม่ได้มีความเชื่อเรื่องบุตรอะไรขนาดนั้น ไม่เชิงไม่มีความเชื่อ แต่เรายังเอ็นจอยกับชีวิตแบบนี้ และด้วยเศรษฐกิจ สังคม และอะไรหลายๆ อย่างที่มันเกิดขึ้นในโลกใบนี้ จึงไม่ได้คิดถึงขั้นสเต็ปจะมีลูกค่ะ