ส.ส.ก้าวไกลรุมอัดรายงานรับฟัง นศ.

2020-09-02 22:10:49

ส.ส.ก้าวไกลรุมอัดรายงานรับฟัง นศ.

ส.ส.ก้าวไกลรุมอัดรายงานรับฟัง นศ.  ชี้ไร้ประโยชน์ ซื้อเวลา "ภราดร" ยอมรับ กมธ.ไม่สมประกอบ เหตุไม่มีซีกฝ่ายค้านร่วม 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จแล้ว 

ทั้งนี้ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้สลับกันลุกขึ้นตำหนิรายงานฉบับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อาทิ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ฝ่ายค้านไม่ขอเข้าร่วม กมธ.คณะนี้ เพราะเห็นว่า ข้อเรียกร้องของนักศึกษาครบถ้วนแล้ว จึงไม่เห็นประโยชน์จากรายงานฉบับนี้ ซึ่งเนื้อหาของรายงานกมธ.พบว่า สามารถเชิญกลุ่มนักศึกษาได้เพียงกลุ่ม Genกล้า กลุ่มเดียวเท่านั้น ไม่มีความเห็นของกลุ่มตัวแทนของนักศึกษาที่หลากหลาย เพราะพวกเขาเห็นว่า เปล่าประโยชน์ที่จะมาร่วม เนื่องจากกมธ.ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผู้มีอำนาจคนที่สร้างปัญหาที่พวกเขาอยากให้มารับฟัง ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม 7 เวทีของกมธ.นั้น คิดว่า ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเวทีที่จัดทั่วประเทศ

นางอมรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้จากรายงานในส่วนของสพฐ.ที่บอกว่า ไม่ได้มีนโยบายหรือคำสั่งห้ามจัดชุมนุมในสถานศึกษา โดยได้ทำหนังสือเวียนไปยังผู้บริหารโรงเรียนให้เปิดพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงกลับถูกครูอาจารย์คุกคามละเมิดสิทธิเต็มไปหมด เช่นเดียวกับ ในส่วนของสตช.ก็บอกว่า ได้สร้างทัศนคติที่ดีต่อผู้ชุมนุม ได้ให้ความสะดวก ได้ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน แต่จากที่ตนได้ลงไปร่วมสังเกตการณ์ในหลายสน.พบว่า ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นจริง อย่างเหตุการณ์สาดสีใส่ที่ สน.สําราญราษฎร์ก็เกิดจากความพยายามปิดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ให้กำลังใจผู้ต้องหา เข้าไปในบริเวณสน. สร้างแรงกดดันจนรู้สึกถูกปฎิบัติแบบไม่ให้เกียรติ ทั้งๆที่บอกว่า เป็นโรงพักของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้ ท่านอ้างว่า คนที่ออกมาเป็นคนบางส่วนเท่านั้น อยากถามว่าท่านจะรอให้ 67 ล้านคน ออกมาให้ครบถึงจะยอมรับความจริงหรือย่างไร เรื่องนี้ทำให้ตนนึกถึงขาลงของทรราชทั่วโลกที่เมื่อประชาชนออกมาขับไล่ก็จะมีอาการหลอน หลอกตัวเอง ไม่ยอมรับความจริง เชื่อข้อมูลหลอกลวงจากคนแวดล้อม กว่าจะลงจากอำนาจได้ก็ลงแบบมีโศกนาฎกรรม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า สิ่งที่ไม่ปรากฎในรายงานเลย คือนวัตกรรมที่รัฐบาลรังสรรค์ขึ้นเพื่อคุมคามประชาชน โดยเฉพาะม.116 ข้อหายุยงปลุกปั่น เป็นข้อหายอดฮิตที่ถูกเอาใช้ตั้งแต่มีการทำรัฐประหารปี 2557 มีการนำกล่าวหาประชาชนที่แสดงความคิดเห็นตรงข้ามกับรัฐบาลอย่างพร่ำเพื่อจนบั่นทอนนิติรัฐของประเทศให้สูญสลาย ทั้งๆที่ 3 ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน ถือเป็นการแสดงสิทธิ และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทุกคนที่มาชุมนุมด้วยมาความสมัครใจ ไม่เข้าองค์ประกอบม.116 แต่เหตุด้วยโทษจำคุกถึง 7 ปี ตำรวจสามารถขอศาลออกหมายจับได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีหมายเรียก และเงินประกันตัวก็สูงหลักแสนบาท ถือเป็นการสร้างภาระ สร้างชะนักปักหลังให้ประชาชน นักเรียกนักศึกษาให้มากที่สุด นี่เป็นแท็กติกในการใช้คุกคามประชาชนของรัฐบาลชุดนี้

ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในประธานกมธ. ชี้แจงว่า ตั้งแต่กมธ.ได้รับแต่งตั้ง สิ่งแรกที่เรารู้สึกเสียใจคือ กมธ.ชุดนี้ไม่สมประกอบ เพราะมีแต่สัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นความเสียใจที่สภาฯจากตัวแทนประชาชน จะช่วยกันแสวงหาทางออกให้บ้านเมือง แต่กลับผลักภาระไปให้กับรัฐบาล การทำงานที่ผ่านมาเรารู้ทันทีว่า ต้องเจอกันอะไรบ้าง อย่างที่นางอมรัตน์ ระบุว่า กมธ.ชุดนี้เชิญเยาวชนมาได้เพียงกลุ่มเดียว ซึ่งตนยอมรับ ส่วนกลุ่มอื่นไม่ใช่กมธ.เพิกเฉย แต่เมื่อเชิญแล้วกลับได้คำตอบว่า ไม่ขอเข้าร่วม เพราะพวกเขารู้สึกว่า กมธ.คณะนี้ถูกตั้งมาขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนรัฐบาล เพื่อมาซื้อเวลา ตนยืนยันว่า กมธ.ไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาล ไม่ได้มีการซื้อเวลา เพราะเราได้เวลาจากสภาฯ 90 วัน แต่ตนทราบว่า เรื่องนี้่เร่งด่วน จำเป็นต้องให้รัฐบาลแก้ไข กมธ.จึงใช้เวลาไม่ถึง 30 วันเพื่อสรุปเอาคำตอบมาให้สภาฯ ส่วนกรณีที่บอกว่า เราไปเวทีชุมนุมเพียง 7 เวทีมันน้อยไป ซึ่งกมธ.มีอยู่กันเท่านี้ ทำไมฝ่ายค้านไม่มาร่วมกับพวกเรา ตนชวนแล้วก็ไม่เอา บอกอย่างเดียวว่า ต้องส่งให้รัฐบาล แต่เสียงในสภาฯให้ตั้งกมธ.ก็ไม่มาร่วมด้วย มันเลยไปได้แค่ 7 เวทีเท่านั้น ส่วนม.116 นั้น กมธ.ได้แสดงความเป็นห่วงกับตำรวจ แต่ผลที่ออกมาเพราะ เราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราจะทำได้ร่วมกันในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องไม่อยู่เฉย และไม่ผลักภาระไปให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เราควรร่วมมือกันแล้วเรียกร้องข้อนี้ให้เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิรายว่า ตนเห็นด้วยกับประธานกมธ.ว่ารายงานฉบับนี้ไม่สมประกอบจริงๆ เหตุผลที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมกมธ. เพราะเรารู้ดีว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้เป็นปัญหาระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ และประชาชน หลายเรื่องที่เขียนในรายงานเล่มนี้ไม่จำเป็นต้องส่งรายงานเล่มนี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเราก็รู้กันดีว่า ประชาชนต้องการอะไร ดังนั้น การตั้งกมธ.ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเราต่างรู้ดีว่า หน้าที่ที่จะต้องทำคือ การส่งพล.อ.ประยุทธ์ ไปรับฟังประชาชนอย่างตั้งอกตั้งใจ รัฐบาลจะต้องไม่หลบซ่อนอยู่ข้างหลัง แต่จะต้องออกมาเผชิญหน้าต่อประชาชน แต่ถ้าเราดูในส่วนของข้อเรียกร้องที่ต้องการให้หยุดคุกคามประชาชน ถือเป็นหน้าที่พื้นฐานของรัฐที่จะต้องปกป้องไม่ให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมา เรากลับพบว่า การข่มขู่คุกคามสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปรับฟังความคิดเห็นนักศึกษา และประชาชนด้วยตัวเอง ท่านจะต้องโผล่หัวออกจากกะลาแล้วออกมาเผชิญหน้า สบตาประชาชนในฐานะที่เท่าเทียมกัน ฟังทุกข้อเรียกร้อง ฟังเสียงประณามด้วย 2 หูของท่านเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า เหตุที่กมธ.ชุดนี้ไม่สมประกอบ เพราะฝ่ายค้านเล่นการเมืองแบบเก่า จึงอยากเรียกร้องว่า วันนี้เรามีรัฐสภาใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ตนอยากเห็นการเมืองแบบใหม่ จึงอยากให้ฝ่ายค้านเล่นการเมืองแบบสร้างสรรค์มากกว่านี้ ไหนที่ผ่านมาบอกจะเล่นการเมืองแบบใหม่ สร้างสรรค์" ทำให้ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตอบโต้นายอนาวิลล โดยยืนยันว่า พรรคก้าวไกลทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ การบอกว่า เราไม่เข้าร่วมกมธ.แล้วตีความถึงเจตนาว่า เราเล่นการเมืองแบบเก่านั้น ขอปฏิเสธ เพราะยืนยันไปแล้วตั้งแต่วันตั้ง กมธ.ว่า ข้อเสนอของนักศึกษาสามารถถึงนายกฯได้เลย การจะเทียบการเมืองแบบเก่าหรือแบบใหม่ ขอเทียบกันง่ายๆคือ การเมืองแบบเก่ามีการซื้อตัว ขายตัวส.ส. ซึ่งคนทั่วประเทศไทยเรียกกันว่า งูเห่า ผมคิดว่า พรรคก้าวไกล หรืออดีตอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไป เราไม่มีความคิดที่จะไปซื้อตัว หรือไปดึงเพื่อนส.ส.จากพรรคอื่นให้มาอยู่กับเราเลย"

ทั้งนี้ การพิจารณาดำเนินการมาถึงเวลา 19.00 น. แต่ยังมีผู้ต่อคิวอภิปรายเป็นจำนวนมาก ทำให้ นายศุภชัย ประธานการประชุม สั่งปิดประชุม เพื่อพิจารณาต่อในวันที่ 3 ก.ย.