เพจดังเตือนสติพ่อแม่อย่ามองสิ่งที่ลูกลุ่มหลงไร้สาระ

2020-09-02 12:15:31

เพจดังเตือนสติพ่อแม่อย่ามองสิ่งที่ลูกลุ่มหลงไร้สาระ

"เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ" ยกกรณีพ่อสั่งลูกเลิกเล่นรถโมเดล ให้ทำลายทิ้ง  แนะอย่าทำลายความฝันของลูก มองสิ่งที่ลูกลุ่มหลงไร้สาระ ไปห้าม ทำลายสิ่งที่ลูกชอบ สร้างบาดแผลทางจิตใจให้ลูกไม่มากก็น้อย ระบุเรียนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ Passion และฝันก็สำคัญเช่นกัน

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า #Passion ที่จบลงที่กลางทาง  #ทำโทษหรือสร้างบาดแผล  เมื่อวานโดนจุดธูปเรียกไปที่โพสต์หนึ่งของกลุ่มหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า คุณพ่อท่านหนึ่งโพสต์ในกลุ่มที่เล่นรถโมเดล เนื่องจากลูกชายชอบ "รถ" มาก เก็บเงินค่าขนมเพื่อไปซื้อรถ รับจ้างลงสีลงแลคเกอร์โมเดลรถ จนเริ่มละเลยการเรียน โดยภาพเป็นชั้นวางโมเดลรถเกลื่อนกราดกระจัดกระจายมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งคุกเข่าลงเก็บอยู่ ข้อความส่วนหนึ่งมีอยู่ว่า  "รบกวนสมาชิกทุกท่านไม่ต้องส่งอะไรมาให้เด็กคนนี้ทำ หรือ f ของ ตอนนี้สั่งเลิกเล่น เเละให้ทำลายทิ้งทั้งหมด เพราะไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเอง ละเลยการเรียน เงินที่ให้ไปกินโรงเรียนไม่ยอมกินข้าว อดเพื่อเอาเงินมา f ของหมกมุ่นอยู่แต่กับรถ ทั้งวันทั้งคืน แม้เเต่นอนยังต้องถือคันที่ชอบไปนอนด้วยทุกครั้ง มันเกินไป"


ภาพซ้าย คุณเห็นความสุขของเด็กคนหนึ่งในนั้นกันไหมครับ ความสุขที่ไม่ต้องเห็นสีหน้าและรอยยิ้ม แล้วภาพขวาล่ะ คุณเห็นอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แน่นอนครับ เราทุกคนมีสิ่งที่ชื่นชอบ แต่จะมีกี่คนที่มี "ความลุ่มหลง" หรือ Passion ที่ "ชัด" ที่คอยผลักดันให้เขาลงมือทำซ้ำจนเก่งขึ้น ชำนาญขึ้น ที่สำคัญคือ #มีความสุข ทุกครั้งที่ได้ทำ ในแง่ของจิตวิทยาการพัฒนาตนเอง Passion จึงมีความสำคัญในการเติบโต เพราะ "ความลุ่มหลง" เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนจิตใจในด้านบวก เพราะนั่นคือสิ่งที่ลูกชอบและทำได้ดี เมื่อรักและทำได้ ลูกจะมีความมุ่งมั่นจดจ้อง (Focus) และความพยายาม (Effort) ที่จะทำสิ่งนั้นให้ได้ดี แม้ล้มเหลว ผิดพลาด เขาก็พร้อมที่จะลุกขึ้นและเดินต่อ ทำซ้ำ จนเกิดความชำนาญ (Mastery) ทำได้ดีขึ้น ๆ จนเก่งขึ้น ๆ

แต่ผู้ใหญ่อย่างเราคงรู้ "ความจริง" อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่ชอบและรัก ส่วนใหญ่แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้กลายเป็น "อาชีพ" ที่เลี้ยงตัวได้ในอนาคต จะมีคนอย่าง อ. เฉลิมชัย สักกี่คน มีคนอย่างน้องแพร พาเพลิน ที่แต่งหน้าจนทำเงินได้ มีกี่คนที่เป็นติ่งเกาหลีแล้วกลายเป็นล่ามหรือมีอาชีพจากการเป็นติ่งได้ ("ติ่ง" ในที่นี้เป็นความหมายด้านบวกนะครับ พ่อหมอก็เป็นบลิ๊งค์นะ 555) 

ดังนั้นหลายครั้งพ่อแม่จึงมองสิ่งที่ลูกลุ่มหลงว่า #ไร้สาระ และไม่อินไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความลุ่มหลงนั้นกระทบการเรียนในระบบ หลายบ้านถึงขั้นแอนตี้ความลุ่มหลงเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ หลายบ้านไม่แอนตี้ระดับธรรมดา พร้อมที่จะห้ามและทำลายสิ่งที่ลูกชอบและลุ่มหลงนั้นลงทันที  ซึ่งมันสร้างบาดแผลทางจิตใจให้ลูกไม่มากก็น้อย ว่าไหมครับ

ในความเป็นจริง ถึงแม้ความลุ่มหลงนั้นทำรายได้ไม่ได้ สุดท้าย สิ่งนั้นจะกลายเป็น #งานอดิเรก ที่เขาชื่นชอบ หากวันใดที่ลูกเครียด ไม่สบายใจ และอารมณ์ดิ่งลงด้านลบ งานอดิเรกที่เขาชอบนี่แหละที่จะเป็นสิ่งที่จะช่วยระบายและบำบัดอารมณ์ด้านลบของลูกได้ เป็นที่พัก เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะใช้ยืนยันกับตัวเขาเองได้ว่า "เขามีดี" และ "มีคุณค่าพอ" แล้วเขาจะลุกขึ้นไปสู้กับปัญหาต่อไป และใช้ชีวิตต่อได้

อย่าทำลายฝันของลูกในวันที่เพิ่งเริ่มเลย ในกรณีของโพสต์นี้คงต้องแยกเป็น 2 ประเด็นครับ 

หนึ่งเงินค่าขนม ที่เด็กยอมไม่กิน ไม่ใช้ แล้วเอาไปซื้อของเล่นที่ชอบ นี่คือเรื่องของเด็กครับ ดีเสียอีก เขาเป็นเด็กที่อดออม มุ่งมั่น และทุ่มเท เพราะเมื่อเรา "ให้" ค่าขนมแล้ว เงินนั้นคือกรรมสิทธิ์ของลูกที่จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ในที่นี้เราคงไปบังคับให้เขาไปซื้อคลีนฟู้ดที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้นไม่ได้ นั่นกลายเงินของเขาไปแล้วไง

สอง การละเลยการเรียน ไม่มีความรับผิดชอบ อันนี้คนละเรื่อง เพราะหน้าที่ของเด็กคือ "เรียน" อันนี้เรื่องจริง อันนี้เป็นความรับผิดชอบของเขา ต้องรู้ว่าเรียนคือเรียน การบ้านต้องทำ สอบต้องเตรียมตัว แล้วเวลาที่เหลือนั้นเป็นของเขา จะอ่านหรือแสดงความคิดเห็นการเมือง จะพ่นสีโมเดล จะดูมิวสิก Ice Cream ของแบล็กพิงค์และเซเลนา โกเมซ ซ้ำ ๆ พร้อมหัดเต้น หรือจะอ่านหนังสือการ์ตูนนั่นก็เรื่องของเขา แต่พ่อแม่ลูกต้องคุยกันว่าอะไรคือจุดเหมาะสมสำหรับเขา สำหรับเรา คุยกันดี ๆ ได้

ถ้ามัวแต่ทาสีโมเดล จนไม่เรียน ไม่ทำการบ้าน แบบนี้ไม่เวิร์กแล้วลูก เราคงต้องคุยกันจริง ๆ จัง ๆ เรื่องนี้แล้วว่าการจัดการเวลาที่ดีควรเป็นอย่างไร ลดลงก่อนไหม หยุดก่อนไหม ตอนนี้ ตอนเปิดเทอม ปิดเทอมค่อยเอาเต็มที่เลยลูก จะเรียนเพิ่ม หรือไปทำอะไรเพิ่มเพื่อให้ทำเก่งขึ้นไหม ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ลองศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มดูสักหน่อยว่า จริง ๆ แค่ตอนนี้ ลูกยังทำเงินได้เลย แถมมีงานมาให้เขาทำเรื่อย ๆ อีก ลูกเราคงฝีมือไม่ธรรดานะ มันมีช่องทางอะไรไหมที่จะทำให้พรสวรรค์ของลูกนั้น Shine ส่องประกายได้มากกว่าเดิม ทำบัญชี คิดค่าคุ้มทุน คุย Business Model กับลูกดูไหม ว่าจากแค่นั่งเพ้นต์สีต่อโมเดลตรงนี้แล้วมันไปไหนต่อได้อีก ?

แต่ถ้าหนูไปรับงานแล้วผัดผ่อน เบี้ยวนัด หรือโกงเขา อันนี้ควรจัดหนัก เรียนรู้ชีวิตความเป็นจริง ว่าทุกการกระทำมีผลของมันเสมอ หากต้องจ่ายเงินค่าเสียหายก็ต้องหักค่าขนม และต้องพักจากกิจกรรมนี้สักพักใหญ่ ๆ ล่ะครับ ถ้าเป็นลูกตัวเองก็ต้องเอาลงกล่องล็อกกุญแจหยุดกิจกรรมนี้ไปก่อน จนกว่าจะชดใช้คืนให้หมดก่อน เพราะชีวิตก็แบบนี้ แหละ ผิดก็ต้องรับผิดชอบ

แต่ลูกต้องเข้าใจนะว่า ลูกยังต้องเรียน ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ต้องเข้าใจว่า นอกห้องเรียนก็เรียนได้ผ่านกิจกรรมผ่าน สิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่ชอบ สิ่งที่มีพรสวรรค์

พ่อหมอชอบบทสัมภาษณ์ของครอบครัวน้องแพรพาเพลินมาก เพราะเขารู้ว่าลูกสาวมีความรักและลุ่มหลงในการแต่งหน้ามาก ซึ่งเขาได้ตกลงกันชัดเจนว่า "การเรียนต้องมาก่อน" แล้วแม่จะเป็นคนส่งเสริมสิ่งที่หนูรักเอง น้องแพรเรียนได้ดี และแม่น้องแพรก็ผลักดันเต็มที่ สมัครเรียนแต่งหน้าให้ ลองรับงานให้ เปิดโลกแห่งผู้ใหญ่สร้าง "อาชีพ" ให้ลูกอีกด้วย และส่งไปอังกฤษเพื่อเรียนแต่งหน้าเพิ่มจนได้เป็นหนึ่งในทีมแต่งหน้าของ Fashion Week ที่ลอนดอน (ถ้าจำไม่ผิด) ที่สำคัญ ดีเสียอีก ได้เรียนรู้ชีวิตเร็วกว่าเด็กคนอื่นมากนัก รวมถึงความรับผิดชอบตัวเองขั้นสูงที่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังทำไม่ได้เลย และผู้ใหญ่หลายคนยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีดีอะไร ชอบอะไร ลุ่มหลงอะไรในชีวิต

เรียน เป็นสิ่งสำคัญ แต่ Passion และฝัน ก็สำคัญเช่นกัน #หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ ขอคอมเม้นต์ด้วยความสุภาพนะครับ

ขอบคุณเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง