รัฐสภาเวียดนามอนุมัติเอฟทีเอกับอียู

2020-06-09 10:35:02

รัฐสภาเวียดนามอนุมัติเอฟทีเอกับอียู

สมัชชาแห่งชาติ หรือรัฐสภาเวียดนาม ลงมติให้สัตยาบันต่อข้อตกลงการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ (Free Trade Agreement : FTA) กับสหภาพยุโรป หรือ อียู เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) นับเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความร่วมมือทางการค้าทวิภาคีกับอียู องค์กรเครือข่าย 27 ประเทศในยุโรป

ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนามในกรุงฮานอย มีมติด้วยเสียงสนับสนุนท่วมท้น ให้สัตยาบันต่อเอฟทีเอกับอียู 2 ฉบับคือ ข้อตกลงการค้าเสรีอียู-เวียดนาม หรือ อีวีเอฟทีเอ ( European Union Vietnam Free Trade Agreement : EVFTA ) ด้วยเสียงสนับสนุน 94.62 เปอร์เซ็นต์ และข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนอียู-เวียดนาม หรือ อีวีไอพีเอ (EU-Vietnam Investment Protection Agreement : EVIPA) ด้วยคะแนนเสียง 95.65 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าข้อตกลงทั้ง 2 ฉลับ ซึ่งลงนามตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2562 จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึง เป็นต้นไป

รัฐสภายุโรปให้สัตยาบันต่ออีวีเอฟทีเอ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา การให้สัตยาบันของรัฐสภาในกรุงฮานอย ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความร่วมมือทางการค้าระดับทวิภาคีกับอียู ต่อจากสิงคโปร์




ข้อตกลงการค้าทั้ง 2 ฉบับ จะช่วยให้เวียดนามขยายตลาด ทางด้านการไปรษณีย์ การขนส่งสินค้า การธนาคาร โดยกำแพงภาษีของทั้งสองฝ่าย จะหายไปมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10 ปีนับจากนี้

ทางด้านธนาคารโลก ทำนายว่า อีวีเอฟทีเอจะกระตุ้นการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี และการส่งออกของเวียดนาม อีก 2.4 เปอร์เซ็นต์ และ 12 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือในระยะ 10 ปีนับจากนี้ และยังจะช่วยให้ชาวเวียดนามมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนหลายแสนคนจะหลุดพ้นจากเกณฑ์ความยากจน



ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอียู ด้วยมูลค่าการค้า 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,761,370 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ (Foreign Direct Investment: FDI) ในเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,195,210 ล้านบาท เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี.