"นภาพร" แนะรัฐบาลวางแผนส่งเงินถึงมือ ปชช.ก่อนล็อกดาวน์

2020-04-06 08:09:23

"นภาพร" แนะรัฐบาลวางแผนส่งเงินถึงมือ ปชช.ก่อนล็อกดาวน์

"นภาพร" แนะรัฐบาลวางแผนส่งเงินช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชน ก่อนที่จะมีการล็อกดาวน์ ไม่ใช่ปิดเมืองก่อน แล้วค่อยมาคิดหาวิธีช่วยเหลือทีหลัง จะทำให้คนจนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ชี้ยิ่งเคอร์ฟิวยืดเยื้อ รัฐบาลต้องเตรียมงบเอาไว้ช่วยเหลือคนจนมากขึ้น เรียกร้องหามาตรการช่วยกลุ่มคนที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือกลุ่มตกสำรวจหรือไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือนจากรัฐบาล แม้รัฐบาลจะมีมาตรการอื่นๆรองรับกลุ่มคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์เหล่านี้ เช่นโครงการช่วยเหลือของธนาคารต่าง ๆ แต่เป็นการช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีสินเชื่อกับธนาคารอยู่ก่อนแล้ว เช่นให้กู้ดอกเบี้ยต่ำหรือลดดอกเบี้ย แต่ยังไม่ครอบคลุมไปถึงประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่อยู่ในระบบนายจ้างโดยตรง แต่เป็นกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ ลูกจ้างอิสระ ลูกจ้างรายวัน พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กรายน้อย หาบเร่แผงลอย หรือคนเร่ร่อน ซึ่งกระจายอยูทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีหลักฐานตามเงื่อนไขการรับสิทธิ์เยียวยาจากภาครัฐ 

น.ส.นภาพร กล่าวต่อว่า โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็นคนด้อยโอกาสทางสังคมและเข้าไม่ถึงระบบการเยียวยา จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ในภาวะการหยุดจ้างงานเกือบทั้งระบบ บางจังหวัดห้ามแม้กระทั่งรถเร่ขายของตามหมู่บ้านหรือ"ลรถพุ่มพวง อันเนื่องมาจากมาตรการต่างคนต่างคิดของผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัด เพื่อตอบสนองนโยบายเคอร์ฟิวของรัฐบาล

"มีการร้องเรียนมายังพรรคเสรีรวมไทยทั้งเรื่องการถูกเลิกจ้างฉับพลัน การปิดกิจการร้านค้าร้านอาหาร การห้ามขายของตลาดนัดตลาดสด ทำให้พวกเขาขาดรายได้ แต่ภาระที่ยังมีอย่างต่อเนื่องคือ ค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายของบุตรหลาน ดอกเบี้ยเงินกู้ ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร เพราะการที่พวกต้องตกงานไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เกิดจากมาตรการของรัฐเองที่บังคับให้ทุกคนต้องปฎิบัติตาม" น.ส.นภาพร กล่าว

น.ส.นภาพร กล่าวอีกว่า ล่าสุดมีการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาตามโครงการ"เราไม่ทิ้งกัน" ถึงกว่า 20 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการพิสูจน์สิทธิและอาจมีคนไม่ได้รับสิทธิเหล่านี้จำนวนหนึ่ง ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการคัดกรอง รวมทั้งต้องชัดเจนในแหล่งที่มาของเงิน หากต้องช่วยเหลือถึง 20 ล้านคน ก็ต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท จึงขอถามว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเอาเงินจากแหล่งใดมาช่วยและจะทำอย่างไรให้เงินถึงมือประชาชนเร็วที่สุด

"ไม่ว่าจะเกลี่ยก่อนกู้ หรือจะกู้พร้อมเกลี่ย ก็ต้องรีบ ๆ ทำอะไรสักอย่าง เพราะชาวบ้านเขารอไม่ไหว เนื่องจากไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ ไม่มีค่าเช่าห้อง ไม่มีเงินจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งที่จริงรัฐบาลต้องวางแผนส่งเงินช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนก่อน ก่อนที่จะมีการล็อกดาวน์ ไม่ใช่ปิดเมืองก่อน แล้วค่อยมาคิดหาวิธีช่วยเหลือทีหลัง เพราะมันจะทำให้คนจนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส และยิ่งสถานการณ์เคอร์ฟิวยืดเยื้อออกไปนานเท่าใด รัฐบาลก็ต้องเตรียมงบเอาไว้ช่วยเหลือคนจนมากขึ้นเท่านั้น" น.ส.นภาพร กล่าว


แท็กที่เกี่ยวข้อง