“แคลเซียม” สำคัญอย่างไร

2020-03-07 13:00:32

“แคลเซียม” สำคัญอย่างไร

“แคลเซียม”สำคัญอย่างไร

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกของร่างกาย หากร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง หรือเรียกว่า “ภาวะกระดูกพรุน” นั่นเอง

นอกจากนี้แคลเซียมยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย ที่สำคัญแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ ดังนั้นการบริโภคแคลเซียมจากการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แคลเซียมที่รับประทานเข้าไปจะถูกสะสมไว้ในโครงสร้างกระดูก และช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง จากการศึกษาความหนาแน่นมวลกระดูกในช่วงอายุต่าง ๆ พบว่ามวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่วัยเด็ก และมีมวลกระดูกที่สุด (peak bone mass) ในช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกที่ลดลงเป็นลำดับโดยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 35-40 ปีในเพศหญิง และช่วงอายุประมาณ 40-45 ปีในเพศชาย อย่างไรก็ดีมวลกระดูกจะลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าเพศชายโดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้พบว่ามวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในแต่บุคคลจะแตกต่างกัน โดยปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูกที่สุด ได้แก่ การบริโภคแคลเซียมในช่วงอายุก่อน 20-25 ปี, การออกกำลังกาย และปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นต้น ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการรับประทานแคลเซียมนั่นมีความสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย กล่าวคือ การได้รับแคลเซียมในวัยเด็กและวัยรุ่นนั่นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยชรา ส่วนการได้รับแคลเซียมในวัยผู้ใหญ่นั่นจะช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากโรคกระดูกพรุน

สำหรับปริมาณแคลเซียมควรได้รับในแต่ละวันแบ่งแยกตามช่วงอายุ และเพศ (Bauer และคณะ, N Engl J Med 2013)

​ช่วงอายุ 0-6 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม

​ช่วงอายุ 7-12 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 260 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 1-3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 9-13 ปีควรได้รับแคลเซียม 1300 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 14-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1300 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 19-50 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2500 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 51-70 ปี ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2000 มิลลิกรัม

ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2000 มิลลิกรัม

นพ.กุลพัชร จุลสำลี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรพงยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แท็กที่เกี่ยวข้อง