ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษ “เปรมชัย" จำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา (คลิป)

2019-12-12 11:20:18

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษ “เปรมชัย" จำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา (คลิป)

ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีล่าเสือดำเพิ่มโทษ “เปรมชัย จากจำคุก 16 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน “ยงค์ โดดเครือ” จากจำคุก 13 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 17 เดือน แม่ครัว จากจำคุก 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 10,000 บาท เป็น จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่นายพรานรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสือดำ จากจำคุก 2 ปี 17 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 12 ธ.ค. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1ได้เดินทางโดยรถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์สีดำ ทะเบียน วข 3858 กรุงเทพมหานคร โดยนายเปรมชัย กรรณสูต ก้าวลงจากรถเดินด้วยท่าทางเรียบเฉย ใช้ไม้เท้าพยุงเดิน สีหน้าแววตาดูเครียด

ขณะเดียวกัน นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 พร้อมทีมทนายความของจำเลยทั้ง 4 ได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรีก่อนนายเปรมชัย ทั้งหมดได้ยืนรอรับนายเปรมชัย จากนั้นทนายความทั้ง 4 คน รวมทั้งจำเลยทั้ง4 ก็เดินขึ้นไปห้องพิจารณาคดีที่ 1 ชั้น 2 ศาลจังหวัดทองผาภูมิทันที

สำหรับคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากจำเลยเป็นนักธุรกิจใหญ่ ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2561 นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (ฝั่งตะวันตก) นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย พร้อมพวกอีก 3 คนประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน นายธานี ทุมมาศ บริเวณริมห้วยปะชิ ขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร(ฝั่งตะวันตก) พร้อมของกลางประกอบด้วย ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง รวมทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก และนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิดำเนินคดี โดยนายเปรมชัยและพวก ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2561 อัยการจังหวัดทองผาภูมิ สั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่3 นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่4 เป็นคดีหมายเลขดำที่ 219/2561ในความผิด 6ข้อหา ประกอบด้วย 1. ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปเมืองหมู่บ้านหือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้นครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่า 5.ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆซึ่งซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ จำนวน 32 ปากรวม 10นัด และสืบพยานจำเลยจำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด หลังสืบพยานทั้ง2ฝ่ายจนครบ ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่19มี.ค.2562 โดยมีคำพิพากษานายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่1ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 6 เดือน ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำคุก 8 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไก่ฟ้าหลังเทาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เสือดำ

ขณะที่จำเลยที่ 2 คือนายยงค์ โดดเครือ ศาลพิพากษาลงโทษข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเสือดำ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมโทษจำคุก 13 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้อง ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน ศาลพิพากษาลงโทษข้อหาร่วมกัน มีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเสือดำ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือนและปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และยกฟ้อง ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน ไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน ไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร

จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ ศาลพิพากษาลงโทษข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเสือดำ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ข้อหาพยายามล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำคุก 4 เดือน ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 1 ปี ข้อหาเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี 17 เดือนไม่รอลงอาญา

พร้อมกันนี้ศาลได้มีคำพิพากษา ในส่วนของค่าเสียหายทางแพ่ง ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเรียบร้อยทีมทนายความได้ยื่นขอประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูตร นายยงค์ โดดเครือ และ นายธานี ทุมมาศ โดยศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว โดยนายเปรมชัย และนายยงค์ ศาลให้ประกันตัวโดยใช้เงินสด คนละ400,000 ส่วนนายธานี ทุมมาศ ศาลให้ประกันตัวโดยใช้เงินสด 500,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไข ห้ามทั้งเดินทางออกนอกประเทศ

ล่าสุดศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษนายเปรมชัย จากจำคุก 16 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 จากเดิมจำคุก 13 เดือน เป็น จำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เรียมแสน แม่ครัว จากเดิม จำคุก 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 10,000 บาท เป็น จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 40,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี ส่วนนายธานี ทุมมาศ นายพราน ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสือดำ จากจำคุก 2 ปี 17 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2 ล้านบาท ตามศาลชั้นต้น ขณะนี้ทนายอยู่ระหว่างการยื่นประกันตัว ทั้งศาลอนุญาตให้ประกันตัว โดยนายเปรมชัย นายยงค์ นายธานี  เพิ่มหลักทรัพย์อีกคนละ 2 แสนบาท และห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต