“เทพไท” เสนอวิปรัฐบาลปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่ (คลิป)

2019-12-06 11:10:44

“เทพไท” เสนอวิปรัฐบาลปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่ (คลิป)

“เทพไท” เสนอวิปรัฐบาลปรับปรุงตัวบุคคล วิธีการทำงาน วิธีคิดใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนญัตติตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44 ชี้ควรให้เกียรติเคารพการตัดสินใจของ ส.ส.

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้มาตรา 44 ว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียนในการทำงานระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะต้องหารือและปรับปรุงรูปแบบการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต อยากจะเสนอให้วิปฝ่ายรัฐบาลได้ปรับปรุงการทำงานใน 2 ส่วน คือ 1.ปรับปรุงตัวบุคคลและทีมงานในวิปรัฐบาล 2.ปรับปรุงวิธีการทำงานและวิธีคิดของวิปรัฐบาลใหม่

“ผมอยากจะเสนอความคิดเห็นต่อวิธีการทำงานของวิปรัฐบาล ในเรื่องการลงมติในญัตติ หรือร่างกฎหมายของฝ่ายรัฐบาล ต้องแยกแยะญัตติหรือกฎหมายออกเป็น 2 ส่วน 1.ถ้าเป็นกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล และเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน กฎหมายความมั่นคง หรือกฎหมายอื่นใดที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมืองหากแพ้โหวตในที่ประชุมสภาฯ กรณีนี้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทุกคนต้องลงคะแนนตามมติวิปรัฐบาลโดยเคร่งครัด 2.ถ้าหากเป็นญัตติหรือกฎหมายที่เสนอโดย ส.ส.ก็ควรเป็นเอกสิทธิ์ของผู้เสนอญัตติ หรือผู้เสนอกฎหมายว่าจะลงคะแนนอย่างไร และวิปรัฐบาลจะต้องตรวจสอบและกลั่นกรองญัตติ หรือกฎหมายทุกฉบับก่อนเสนอ หรือก่อนการบรรจุวาระการประชุมของประธานสภาผู้แทนราษฎร และต้องกำหนดมติ หรือกำหนดธงไว้ล่วงหน้า เพื่อแจ้งให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ทราบว่าวิปรัฐบาลมีความเห็น หรือมติต่อญัตตินั้นๆอย่างไร ถ้าหากมติของวิปรัฐบาลไม่เห็นด้วย ก็ควรแนะนำให้เจ้าของญัตติได้ขอถอนญัตติ หรือถอนร่างกฏหมายฉบับนั้น ออกจากวาระก่อนเข้าวาระการพิจารณาของสภาฯ หรือส่งสัญญาณห้าม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายสนับสนุนญัตติ หรือร่างกฏหมายฉบับนั้นๆด้วย มิฉะนั้น อาจจะทำให้ ส.ส.ผู้เสนอญัตติหรือ ส.ส.คนอื่นๆที่อภิปรายสนับสนุนญัตตินั้นๆ เกิดความเสียหายทางการเมืองได้ ถ้าลงมติสวนทางกับมติของวิปฝ่ายรัฐบาล”นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท กล่าวต่อ่า เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซำ้รอย อยากขอความชัดเจนในการทำงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับรัฐบาล ต้องแบ่งแยกชัดเจน ควรให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของกันและกัน อย่างน้อยก็ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วย