ฆ่ายกครัวแฟนสาว ภัยเงียบอำมหิตข้างตัว

2019-12-03 12:35:14

ฆ่ายกครัวแฟนสาว ภัยเงียบอำมหิตข้างตัว

นับวัน คดีฆาตกรรมเข่นฆ่ากันบนหน้าสื่อแทบจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมไปแล้ว แม้จำนวนจะมีมากขึ้น และส่วนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เป็นเรื่องของคนรู้จักกันหรือคนใกล้ตัว


และเพราะรู้จักมักคุ้นนี่แหละ ที่นำไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่มีระแวงหรือเตรียมพร้อมปกป้องตัวเองหรือคนในครอบครัว สุดท้ายจึงกลายเป็นเหยื่อที่ลงมือง่ายดายที่สุด

อย่างกรณีสังหาร 2 ครูสามีภรรยาครูเอ็มกับครูแนนที่จังหวัดระยองแล้วชิงบิ๊กไบค์หลบหนีไปจนมุมที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ฆาตกรก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน รู้จักคุ้นเคยกัน ถึงขั้นเข้านอกออกในบ้านได้

ล่าสุดกรณีน้องแป้ง น.ส. เสาวรส กิมสี วัย 26 ปีชาวตำบลบ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านพักพร้อมพ่อและแม่ นานถึง 3-4 วันก่อนจะมีคนไปพบศพ ก็เป็นฝีมือของแฟนหนุ่ม ที่น่าจะคุ้นเคยเข้านอกออกในบ้านได้ปกติเช่นเดียวกัน

เป็นการลงมือรวดเดียว 3 ศพ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับผู้เป็นแม่แต่ไม่รอด ถูกตำรวจเชียงรายประสานกับตำรวจเชียงใหม่ตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัย และหาพบได้ไม่ยากนัก ในท้องที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่

สอบปากคำให้การรับสารภาพว่า ทะเลาะกับแฟนสาวไม่พอใจที่ถูกพ่อแม่กีดกัน และฉุนขาดที่เห็นข้อความจากแฟนเก่าน้องแป้งปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์แฟนสาว จึงใช้ปืนจ่อยิงเป็นคนแรก

เมื่อฆ่าแฟนสาวชีวิตก็ต้องฆ่าพ่อแม่น้องแป้งเพียงแค่เหตุผลต้องไม่มีใครเหลือไว้เป็นพยาน ทั้งที่คดีฆาตกรรมลักษณะนี้ ไม่ใช่เรื่องยากที่ตำรวจจะประมวลหลักฐานในที่เกิดเหตุ มัดและเชื่อมโยงไปถึงผู้ลงมือได้อยู่แล้ว

ไม่ได้มีหรือใช้ความคิดก่อนสักนิดว่า เมื่อฆ่าแล้วจะมีปัญหาตามมามากมาย และสุดท้ายต้องไปลากแม่บังเกิดเกล้าเข้ามาลำบากลำบนด้วย โดยเฉพาะการหลบหนีจากเชียงรายไปที่เชียงใหม่ ซึ่งเผลอๆ ผู้เป็นแม่อาจโดนข้อหาพาผู้ต้องหาฆ่าคนตายหลบหนีอีกต่างหาก

คนที่เป็นแม่โดยความรู้สึกรักและห่วงใยลูก แทนที่จะเจรจาเกลี้ยกล่อมลูกพาเข้ามอบตัวกับตำรวจ และชี้ให้เห็นถึงความผิดที่ก่อขึ้น กลับกุลีกุจอพาลูกหลบหนี ทั้งที่ไม่รู้จะหนีไปไหน


สะท้อนสังคม "ลูกเทวดา" ที่พ่อแม่ในยุคสมัยปัจจุบันที่เลี้ยงลูกไม่เพียงแค่แบบ "ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม" เหมือนบางคนบางครอบครัวในอดีตเท่านั้น แต่ยังพ่วงโปรเสริมรับยุค 4.0 คืออยากได้รถซิ่งซื้อให้ อยากได้มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด แพงแค่ไหนก็ซื้อให้ ตามใจทุกเรื่องทุกอย่าง จน "เด็กเทวดา" รุ่นใหม่ ไม่เคยมีอะไรที่ "ไม่ได้" และเอาแต่ใจตัวเอง

เมื่อออกมาใช้ชีวิตในสังคมจริง จึงเป็นอีกแบบ และมักสร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่ อาทิต้องคอยไปประกันตัวหากมีเรื่องทะเลาะวิวาทไม่ได้ดังใจเกิดขึ้น หากไม่พลั้งเผลอโดนคู่กรณีทำร้ายหรือเข่นฆ่าเสียก่อน

นี่คือความเปราะบาง ท่ามกลางโลกส่วนตัวของแต่ละคน ที่มีอาณาจักรของตนเอง โดยไม่สนใจสักนิดว่า ไปทับซ้อนกับอาณาจักส่วนตัวของคนอื่นหรือเปล่า แม้มีกระทบกระทั่งเพียงเล็กน้อย แต่อาจบานปลายไปถึงขั้นลงไม้ลงมือ หรือหวังแย่งชิงสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ โดยไม่เลือกวิธี

นำไปสู่คดีอาชญากรรม และการฆาตกรรมในท้ายที่สุดได้

สังคมยุคสมัยนี้ จึงอยู่ยากและไว้ใจใครได้ยากจริงๆ แม้แต่คนใกล้ตัว




Advertisement