กรมป่าไม้ดำเนินคดี “ปารีณา” 3 ข้อหารุกป่าสงวนแห่งชาติ (คลิป)

2019-12-02 11:30:13

กรมป่าไม้ดำเนินคดี “ปารีณา” 3 ข้อหารุกป่าสงวนแห่งชาติ (คลิป)

อธิบดีกรมป่าไม้แถลงข่าวแจ้งดำเนินคดี “ปารีณา” 3 ข้อหา ครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์ม จ.ราชบุรี รุกป่าสงวนแห่งชาติ ด้าน “ทวี” รุดฟังการแถลงด้วย เผยบอกลูกสาวให้หาหลักฐานสู้คดี ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดีอธิบดีกรมป่าไม้เหตุปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ แถลงข่าวกรณีการครอบครองพื้นที่ เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา พบว่า ฟาร์มไก่ขนสนฟาร์ม เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งมีการบุกรุกเขตป่าไม้ และทำการตรวจยึดทั้งหมด 46-1-40 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41-1-59 ไร่ และกรณีที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จึงถือว่าเป็นพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ อีก 4-3-81 ไร่

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ในวันนี้จะมอบหมายให้ผู้ตรวจการป่าไม้และเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 54 ฐานก่อสร้างแผ้วถางเผาป่าทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14 ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้างแผ้วถางทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.กระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 ฐานเข้าไปยึดถือครอบครองก่อสร้าง เผาป่าทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิ์ครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และถือได้ว่าเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมาตรา 97


อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า สำหรับโทษตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ กรณียึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนเกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท สำหรับโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อธิบดีกรมป่าไม้ ยืนยันว่า การตรวจสอบเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายใดทั้งสิ้น หากผู้ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีต้องการจะฟ้องร้องกลับก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ขออย่าไปฟ้องร้องกับเจ้าหน้าที่ให้มาฟ้องร้องตนเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการแถลงข่าว นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เดินทางมาฟังการแถลงข่าวด้วย โดยช่วงหนึ่งภายหลังการแถลงข่าว นายทวี ลุกขึ้นกล่าวว่า ตนบอกลูกสาวว่าไม่ให้แจ้งความดำเนินคดีกับอธิบดีกรมป่าไม้ เนื่องจากเห็นว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ขอให้หาหลักฐานเพื่อสู้คดีจะดีกว่า พร้อมทั้งตั้งคำถาม ถึงแนวเขต 600 ไร่เศษให้กรมป่าไม้ชี้ให้ชัดเจนว่าแนวเขตอยู่จุดใด


อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การตรวจสอบกรมป่าไม้ใช้ระบบการตรวจสอบฟิวบุ้ค และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ มีเส้นและทิศทางระบุว่าแนวเขตป่าอยู่บริเวณไหน แนวเขตดังกล่าวเป็นแนวเขตดิจิตอล

ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นนายทวียังคงยืนยันว่า น.ส.ปารีณาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว พร้อมจะสู้คดีให้ถึงที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลักฐานที่นำไปยื่นให้กับ ป.ป.ช.เกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวเป็นหลักฐานใด โดยนายทวียังคงปฏิเสธในการตอบคำถาม



Advertisement