อย. รับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกัญชง ชูเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้

2019-11-01 11:20:24

อย. รับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกัญชง ชูเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้

อย. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงกัญชง ชูเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ เพื่อประโยชน์ชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พ.ย. นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดทำร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. ...ซึ่งได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำขึ้นรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th และ www.lawamendment.go.th ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ถึงวันที่ 5 พ.ย. 2562 และ ในวันนี้ ได้จัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้อยู่ใต้บังคับกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้สนใจ ประกอบด้วย นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานภายนอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงกลาโหม กรมวิชาการเกษตร กรมศุลกากร หน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย องค์การเภสัชกรรม และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เครือข่ายภาคประชาชน เช่น สภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้แทนมูลนิธิเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนภาคการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรังสิต และผู้แทนผู้ประกอบธุรกิจ เช่น สมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้ง ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร สิ่งทอ เครื่องสำอาง ร่วมรับฟังความคิดเห็น โดยสาระสำคัญของร่างดังกล่าว เป็นการยกเลิกกฎกระทรวงฉบับเดิม และกำหนดขึ้นใหม่ โดยครอบคลุมทั้งการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) และการใช้ประโยชน์จากกัญชงเพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เช่น ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง รวมถึงการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เส้นใย สิ่งทอ ฉนวนกันความร้อน การใช้ประโยชน์ในครัวเรือน และการศึกษาวิจัย ทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน

"ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงฉบับเดิม และยกร่างขึ้นใหม่ครอบคลุมเรื่องการปลูก การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย และครอบครอง ส่งเสริมกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถขออนุญาตปลูกได้ ทั้งหน่วยงานรัฐ เกษตรกรไทย ประชาชนทั่วไปที่เป็นคนไทย นิติบุคคลที่เจ้าของเป็นคนไทย 2 ใน 3 ปลูกได้ในเชิงพาณิชย์ แต่ต้องได้รับอนุญาตในการปลูก และมีรายละเอียดชัดเจนว่าปลูกที่ไหน ส่งไปขายให้ใคร ใช้สายพันธุ์อะไร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมการอนุญาตให้ครัวเรือนที่มีวัฒนธรรมในการใช้กัญชงเป็นสิ่งทอแบบดังเดิม ปลูกใช้ในครัวเรือนได้ โดยปลูกได้ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ แต่ต้องมีใบอนุญาตปลูก และปลูกสายพันธุ์ที่ได้รับการอนุญาต ส่งเสริมการปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ไทย ดังนั้นในบทเฉพาะกาลจึงได้กำหนดว่า 5 ปีแรกจะสงวนให้เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่สามารถดำเนินการเกี่ยวกัญชงภายในประเทศได้ แต่ห้ามนำเข้ากัญชงจากต่างประเทศยกเว้นเมล็ดพันธุ์ พร้อมลดขั้นตอนการขอให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ในการคาดว่าการแก้ไขร่างกฎกระทรวงจะแล้วเสร็จและเสนอต่อ รมว.สาธารณสุขเพื่อลงนามได้ภายในพ.ย.นี้ และคาดว่ากฎหมายจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.2563"นพ.ไพศาล กล่าว

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประชุมในครั้งนี้ ได้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก สำหรับท่านที่ไม่ได้เข้าประชุม รวมทั้งประชาชนทั่วไป สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th และ http://www.lawamendment.go.th จนถึงวันที่ 5 พ.ย. 2562 ซึ่งหลังจากนี้ อย. จะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมด เพื่อปรับปรุงให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษดำเนินการตามขั้นตอน แล้วจึงเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง