คุก 10 ปี! ลุงวิศวะ ยิงอริวัยรุ่นเสียชีวิต

2019-10-10 16:40:46

คุก 10 ปี! ลุงวิศวะ ยิงอริวัยรุ่นเสียชีวิต

พิพากษายืน จำคุก​ 10​ ปี​ วิศวกรเลือดร้อน ยิงวัยรุ่นเสียชีวิต ศาลอุทธรณ์​ให้ความเห็นสมัครใจเข้าไปทะเลาะวิวาท​ ด้านเจ้าตัวยื่นประกันสู้คดีชั้นฎีกา

จากคดีที่นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี ลุงวิศวกร​บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้าล้อมรถยนต์เก๋งและพยายามจะเข้าทำร้าย​ กระทั่งเกิดเหตุ​อาวุธปืนยิงสวนถูก​ นายนวพล หรือปอน ผึ่งผาย อายุ 17 ปี เสียชีวิตบริเวณหน้าที่ตั้งครกใหญ่ สามแยกถนนอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี​ เมื่อเวลา​ 19.00 น.วันที่ 8​ ก.พ.2560​ ที่ผ่านมา ซึ่งอัยการได้สั่งฟ้อง​ นายสุเทพ​ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และศาลชั้นต้นได้พิพากษา ให้จำคุก 15 ปี และได้มีการลดโทษ 1 ใน 3 เหลือเพียง 10 ปี

ล่าสุด ผู้พิพากษาศาลจังหวัดชลบุรี ได้ออกนั่งพิจารณาเพื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า​ เมื่อพวกของผู้ตายขับรถยนต์ตู้มาจอดที่หน้าร้านขายของฝากกีดขวางทางออกของจำเลย แล้วมีการโต้เถียงกันนั้นยังไม่ปรากฎว่ามีถ้อยคำพูดที่ไม่สุภาพจากฝ่ายใด

Advertisement




แต่หลังจากที่จำเลยกระพริบไฟใส่รถตู้และบีบแตรหลายครั้ง จำเลยเริ่มใช้คำพูดไม่สุภาพในลักษณะยั่วโทสะของผู้ตาย โดยขณะนั้นจำเลยมีอาวุธปืนของกลางอยู่ใกล้ตัว แสดงว่าจำเลยและภริยามีโทสะและพร้อมที่จะมีเหตุวิวาทกับพวกของผู้ตาย ที่จำเลยอุทธรณ์อ้างว่าเหตุการณ์ในขณะนั้น มีปากเสียงกันเพียงเล็กน้อยและจบลงแล้ว​ จึงฟังไม่ขึ้น

หากจำเลยมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจอารมณ์ร้อนบ้าง โดยจอดรถรอสักพักหนึ่งก่อนเพื่อให้โทสะคลายลงแล้วค่อยขับรถออกไป​ เหตุทะเลาะวิวาทในคดีนี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเหตุที่จำเลยมีพฤติการณ์เช่นนี้​ ก็เนื่องจากจำเลยมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย แสดงให้เห็นถึงนิสัยและพฤติกรรมของจำเลยว่าพร้อมที่จะสมัครใจวิวาท จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าฝ่ายผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและเมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น จำเลยจึงจำต้องชักปืนออกมายิงเพื่อป้องกันชีวิตของจำเลยและคนในครอบครัวอันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย คำอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

Advertisement




ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังฟังคำพิพากษา​แล้วเสร็จ​ นายสุเทพ ได้ให้ทนายความยื่นขอประกันตัว เพื่อขอสู้คดีในชั้นฎีฎา ด้วยเงินสดจำนวน 874,000 บาท พร้อมกล่าวว่ายอมรับในคำตัดสินของศาล แต่ต้องการสู้เพื่อให้ความจริงปรากฎ อีกทั้งตนยังมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ เป็นโรคเบาหวาน และอีกหลายโรค

ด้าน​ น.ส.มณีพร มารดาของ​ นายนวพล ผู้ตาย เผยว่ารู้สึกพอใจต่อคำตัดสินของศาล ที่แสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมที่มีจริง โดยตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยที่หลังเกิดเรื่อง ทางฝ่ายจำเลยยังไ​ม่เคยมีการพูดคุยกัน รวมถึงจ่ายสินไหมทดแทนให้แต่อย่างใด