ไม่กล้าห่างไปนานๆ ! "ป๊อก" แอบหวั่น ลูกๆ ลืมหน้า แฮปปี้ชีวิตดีเพราะมีลูก

2019-09-11 18:20:49

ไม่กล้าห่างไปนานๆ ! "ป๊อก" แอบหวั่น ลูกๆ ลืมหน้า แฮปปี้ชีวิตดีเพราะมีลูก

ควงกันมาออกงานกันยกครอบครัวเลยสำหรับ "ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์" และ "มาร์กี้-ราศรี บาเลนซิเอก้า" พร้อมลูกแฝด "น้องมีก้า-มีญ่า" ที่ครั้งนี้มาร่วมในงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ MamyPoko Super Premium Organic อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา งานนี้เลยขออัพเดตเรื่องชีวิตครอบครัวได้ความว่า

โกยทรัพย์ตั้งแต่เด็กเลยสำหรับ น้องมีก้า และ น้องมีญ่า...
มาร์กี้ : ก็เป็นของเขานี่แหละ เป็นเงินเก็บของเขา เก็บไว้เป็นอนาคตของลูกทั้งหมดเลย

Advertisement





รายรับจากงานนี้เราให้ลูกหมดเลยไหม ?
มาร์กี้ : ไม่ (หัวเราะ) ก็แบ่งสรรปันส่วนกันค่ะ เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ทำงาน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีอะไรที่ทำให้แฮปปี้บ้าง ส่วนของลูกเราก็เก็บให้ลูกค่ะ

Advertisement




เราเปิดบัญชีให้เขาสองคนหรือยัง ?
ป๊อก : ยังเปิดบัญชีไม่ได้ครับ เพราะว่าเขายังเด็ก แต่ผมจะใช้วิธีจดเอาไว้แทน อย่างเช่นวันนี้ลูกทำได้ประมาณนี้ วันนั้นทำได้ประมาณนั้น ก็คือจะจดไว้ในส่วนของเขา

มาร์กี้ : แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องจดไม่ต้องอะไรหรอก แค่พอถึงวันที่เขาโตและเขาเปิดยูทูบ เขาก็สามารถทวงตังค์เราได้แล้ว เด็กสมัยนี้เขารู้เขาเก่ง


Advertisement




มีงานติดต่อครอบครัวเราเยอะแค่ไหน ?
มาร์กี้ : มีเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนมากถ้าผลิตภัณฑ์มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเด็ก เราก็จะไม่ค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าการทำงานมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ยิ่งเขาเป็นเด็กด้วย แถมยังมีสองคนอีก เอาตรงๆ แค่เลี้ยงอยู่บ้านปกติก็ยากแล้วนะคะที่จะทำให้เขาแฮปปี้ไปพร้อมๆ กัน หรือยิ้มไปพร้อมๆ กัน

งานชิ้นแรกเราเห็นแววเขาไหม ?
มาร์กี้ : ได้ตามเด็กปกติ เด็กก็มีทั้งยิ้ม ทั้งร้อง เขาก็เหมือนเด็กธรรมดา

Advertisement



งานวันนี้ก็ประสบความสำเร็จ เพราะว่าเด็กๆ ไม่ร้องเลย ?
เลยป๊อก : ด้วยความที่เราเตรียมตัวมาค่อนข้างดี แต่ลูกสาวผมเพิ่งหลับก่อนขึ้นเวที แค่ 5 นาที ผมก็กลัวว่าพอออกมาแล้วเขาจะตื่นคน แต่ก็โอเค

มาร์กี้ : แต่เขาเจอคนเยอะตั้งแต่เด็ก อย่างเพื่อนเรามาบ้านเราที มาเป็น 10 คน เขาค่อนข้างชินกับคนเยอะ แต่ถ้าแสงมากๆ เหมือนจ้อง คือเขาอยู่ในช่วงพิจารณา วันนี้เป็นงานอีเวนต์ที่เงียบมาก ตกใจมากไม่มีเสียงกรี๊ด มีการปรบมือแบบเบาๆ จริงๆ เสียงดังได้ ทุกคนให้ความร่วมมือมาก ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ



คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างไรบ้างกับการเลี้ยงลูก ?

Advertisement



ป๊อก : มีความสุขมาก น้องๆมาเติมเต็มชีวิตเรา เราเป็นพ่อแม่ไปแล้ว มีความสุขมากๆ ครับ

มาร์กี้ : ไปไหนเราก็ไปด้วยกัน ชีวิตเราก็เหมือนเดิม ไปไหนเราก็ไปกัน แค่ว่าจากสองคนเป็น 4 คน

มีไปถ่ายรายการมา แล้วต้องห่างกันหลายวันด้วย ?
มาร์กี้ : 9 วันค่ะ

ป๊อก : มันน่าจะเป็นทริปสุดท้ายที่เราห่างกันขนาดนั้น

มาร์กี้ : คุณพ่อบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว ถ้าเกิน 3 วันจะเอาลูกไปด้วย ก็บอกเขาว่าเอาไปนะ เขาก็บอกว่าเอาไป เราก็บอกว่าถ้างั้นช่วยเลี้ยงนะ เขาบอกโอเค



ต้องวิดีโอคอล กันทุกวันไหม ?
ป๊อก : ทุกวันเช้าเย็น เวลามันไม่เหมือนกันด้วย ก็เอาตอนที่เขาเพิ่งตื่นนอน

ตอนที่เราคิดถึงลูกมากๆ เล่าให้ฟังหน่อย ?
ป๊อก : ผมจะพยายามหาอะไรทำให้ได้มากที่สุดให้จดจ่อกับอย่างอื่น จะได้ไม่คิดเยอะแต่อย่างที่บอกว่าทั้งเช้าทั้งเย็นก็วิดีโอคอล ได้เจอได้เห็นอัพเดต ถามว่าห่วงไหมก็ไม่ห่วงเพราะอย่างน้อยมีทั้งบ้านกี้และบ้านผมมาคอยช่วยดูแลอยู่แล้ว ที่เรารู้สึกคือเราคิดถึงของเราเอง และผมกลัวว่ากลับมาเขาจะไม่เหมือนเดิมกับผม

คือกลัวลูกลืมเราเหรอ ?
ป๊อก : เหมือนว่าเราอยู่กันมาสนิทสนมกันมาขนาดนี้แล้ว กลัวนับหนึ่ง แต่กลับมาเขาก็จำได้เลยก็โอเคหายห่วง แต่อย่างที่บอกเราก็คุยกับกี้ว่าขอให้เป็นอันสุดท้ายที่ห่างกันนานๆ



คุณปู่เป็นยังไงบ้าง ?
ป๊อก : คุณปู่มีความสุขมาก คุณปู่อยากให้ไปนานๆ บอกว่าไม่ต้องรีบกลับคุณปู่ได้อภิสิทธิ์นอนด้วยกันที่บ้าน

มาร์กี้ : เพราะไปฝากไว้บ้านคุณปู่เพราะกลับมาก็ถามว่าทริปหน้าจะไปเมื่อไหร่

พอเรากลับมาแล้วเห็นลูกน้ำตาซึมเลยไหม ?
ป๊อก : ผมไม่ได้น้ำตาไหลแต่ผมก็มีเวลาของผมผมชอบฟัดลูก ผิวเด็กนิ่มหอม

เรียกว่าเราหลงลูก ?
ป๊อก : เราว่าเราติดกันและกันดีกว่า




แม่คิดถึงไหมเพราะลูกต้องกินนมแม่ตลอด ?
มาร์กี้ : แม่ไม่อยู่เราก็ปั๊มเอา ปั๊มแล้วแช่ฟรีซ แล้วหิ้วกลับมา เรื่องความคิดถึงมันก็คิดถึง แต่มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเราก็ต้องแข็งใจเพราะเราก็ต้องไปทำงาน มันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่งซึ่งพอกลับมาต้องไปทำงาน คือตอนกลับจากอเมริกาวันรุ่งขึ้นกี้ต้องไปโปรโมตเพลง ต้องเอาลูกไปด้วย หิ้วลูกไปตึกช่อง3 ไปแกรมมี่

ป๊อก : ไปด้วยเลยเพราะไม่อย่างนั้นอีกวันนึงเราก็จะไม่ได้เจอกันเลย เพราะตอนกลับมาเขาก็หลับแล้วเลยเอาไปเถอะ

มาร์กี้ : อย่างวันเข้าออฟฟิศก็เอาลูกๆ ไปด้วย ที่ออฟฟิศเราก็มีที่มุมนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม ที่ทุกอย่างที่เป็นบ้านหลังที่สอง



ตอนนี้แฮปปี้ลงตัวแล้วใช่ไหม ?
ป๊อก : แฮปปี้ครับ มีความสุขมาก

เอาอีกสักคนไหม ?
มาร์กี้ : 2 คนกำลังดีค่ะ

ป๊อก : ผมก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ เพราะว่าคุณแม่เขาเป็นคนที่เหน็ดเหนื่อยกว่าผม อยู่กันมา 8-9 เดือนในท้อง เป็นอะไรที่ไม่สามารถแบกรับตรงนั้นแทนเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องให้เขาตัดสินใจว่าเขาอยากหรือไม่อยากมี



เรามีฟีลอยากแต่งตัวให้ลูกสาวไหม ?
มาร์กี้ : ตอนนี้เรามีลูกสาวคน มีลูกชายคน รู้สึกว่ากำลังโอเคแล้ว ถามว่ามีฟีลนั่นไหมก็มี แต่เราก็ต้องใช้สติและคิดนิดนึง ว่าไลฟ์สไตล์เราเป็นคนแบบไหน เราไม่ชอบอยู่บ้าน เรารู้ตัวเองชอบพบปะเพื่อนฝูง ชอบเที่ยวเมืองนอก เรารู้ว่าเราเป็นลุย ๆ คนแบบนี้ แล้วมือสองมือจะอุ้มลูกยังไง ไม่ไหวหรอก

เรียกว่าปิดอู่ถาวร ?
มาร์กี้ : ไม่เราก็ดูไปก่อน อนาคตค่อยว่ากัน คือ เราก็ต้องเลี้ยงให้เขาดีเท่า ๆ กัน เป็นเด็กดีของสังคม ถ้าเกิดว่ามีเยอะแล้วเลี้ยงเขาไม่ดี เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราต้องดูที่กำลังตัวเอง และดูเขาสองคนก่อนว่าเป็นยังไง

ป๊อก : ใจจริงผมอยากมีแน่นอนอยู่แล้ว เพราะชอบเด็ก อย่างที่บอกเราก็เกรงใจเขาที่ต้องแบกตรงนี้ ถ้าเราเป็นคนแบกก็เอาเลยมาเลย แต่ถ้าให้พูดตรง ๆ มีคำนึงที่กี้เขาบอกมาว่า ถ้าเรามีลูก ต้องเลี้ยงให้ได้คุณภาพที่ดี ให้เขาเป็นคนดีกับสังคม ซึ่งเราเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ผมเลยรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เมคเซ้นส์มาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่อนาคต



ปู่ย่าตายายมีบอกบ้างไหมว่าอยากให้มีเพิ่มอีก ?
มาร์กี้ : เขากำลังสนุกกับสองคนนี้อยู่ และช่วยเลี้ยง ไม่ใช่ว่าปูย่าตายายจะไม่เหนื่อยนะ พาลูกไปหาทีนึง แม่กี้บอกว่าไม่ต้องไปออกกำลังกายเลย แค่อุ้มหลานสองคนก็เหนื่อยแล้ว เขาชอบพาหลานไปสอน คุณปู่ก็แข็งแรงขึ้น เวลามีน้อง ปกติถ้าอุ้มเด็กต้องนั่ง เพราะมีปัญหาเรื่องเข่า แต่ตอนนี้อุ้มได้เหมือนมีกำลังใจด้วยค่ะ