“ชัยวัฒน์”แจ้งความ ตร.ข่มขู่อดีตลูกน้องปรักปรำฆ่า “บิลลี่”

2019-09-06 17:00:54

“ชัยวัฒน์”แจ้งความ ตร.ข่มขู่อดีตลูกน้องปรักปรำฆ่า “บิลลี่”

“ชัยวัฒน์”แจ้งความมีบุคคลอ้างเป็นตำรวจ ไปข่มขู่คุกคามอดีตลูกน้องให้ปรักปรำเป็นตัวการฆ่า “บิลลี่”

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงพบชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เสียชีวิตหลังหายตัวนานกว่า 5 ปี ถูกเผาอยู่ในถังน้ำมัน งมเจอบริเวณสะพานแขวน หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับมารดาของบิลลี่ โดยสรุปว่าถูกฆาตกรรมเสียชีวิต พร้อมเร่งสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีคำสั่งย้าย 3 เจ้าหน้าที่ออกจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายวินัย บัวศรี หัวหน้ากลุ่มงานกฎมหาย ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า ได้รับแจ้งจาก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาว่ามีบุคคลอ้างตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แจ้งให้การปรักปรึกนายชัยวัฒน์ ขณะทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาย เป็นตัวการฆ่านายบิลลี่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานประกอบการรายงานผู้บังคับบัญชาในระดับสูงในการขอความคุ้มครองพยานบุคคลต่อไป


นอกจากนี้นายชัยวัฒน์ ยังได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ขอความคุ้มครอง กรณี เจ้าหน้าที่ถูกข่มขู่ คุกคาม ให้คำมั่นสัญญาเจ้าหน้าที่ที่ให้ถ้อยคำปรักปรำนายชัยวัฒน์ในคดีนายบิลลี่ ระบุว่า กรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นการข่มขู่ คุกคาม ให้สัญญาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกายและเสรีภาพส่วนบุคคล และจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้กรมอุทยานฯแจ้งประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีในการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดังกล่าวตามกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานบุคคล และหากมีการเรียกสอบสวนพยานบุคคล หรือดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ขอให้ดีเอสไอแจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯเพื่อทราบ และเป็นการประสานตามขั้นตอนกฏหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารประกอบการแจ้งความลงบันทึกประจำวันนั้น นายชัยวัฒน์ได้แนบคลิปเสียง ที่ระบุว่า เป็นคลิปเสียงดาบเท่งขู่ภรรยาเจ้าหน้าที่ ในคดีบิลลี่หายตัวบีบให้รับเป็นพยานและ ปล่อยข่าวว่าหัวหน้าอี่ ชื่อเล่นนายชัยวัฒน์ ขู่ฆ่าไอ้แทน และเอกสารชี้แจงวันเหตุเกิด ซึ่งระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ที่ อ.ท่าแซะ จ. ชุมพร เป็นบ้านของ นายบุญแทน บุษราคำ พนักงานงานราชการ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า ปฏิบัติหน้าที่ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพร ซึ่งนายบุญแทน เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่กับข้าพเจ้านายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ขณะเกิดเหตุการณ์ ควบคุมตัว นายบิลลี่ ก่อนปล่อยตัวไป ต่อมาบิลลี่หายตัวไปจนกระทั่ง ดีเอสไอ ได้พบกระดูก แล้วตรวจไมโตคอนเดรียพบความสัมพันธ์กับแม่ บิลลี่ จึงสรุปว่า บิลลี่เสียชีวิตแล้ว ดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ และเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ปรากฏว่ามี เจ้าหน้าที่ ตำรวจนายหนึ่งชื่อดาบเท่ง เข้าไปคุยกับภรรยาของบุญแทนที่บ้าน

แท็กที่เกี่ยวข้อง