“สุทิน”ยอมรับข้อจำกัดซักฟอกวันเดียว (คลิป)

2019-09-04 12:35:53

 “สุทิน”ยอมรับข้อจำกัดซักฟอกวันเดียว (คลิป)

“สุทิน”เผยฝ่ายค้านนัดหารือซักฟอก “บิ๊กตู่” ปมถวายสัตย์วันนี้ ยอมรับมีข้อจำกัดให้เวลาเพียง 1 วัน ลั่นดีว่าจะต้องพูดแค่ไหนอย่างไร

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่า วันนี้พรรคฝ่ายค้านจะหารือกัน คาดว่าจะสรุปได้ในช่วงเย็นวันนี้ โดยในวันที่ 5 ก.ย.จะเป็นการวางกรอบติวเข้มนัดแรก สำหรับเนื้อหาที่จะอภิปรายเป็นเรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบและเรื่องการแถลงนโยบายที่ไม่แสดงที่มาของงบประมาณ สำหรับระยะเวลาในการอภิปรายที่กำหนดกรอบไว้เพียง 1 วัน ถือว่ามีข้อจำกัดในเรื่องเวลา การกำหนดตัวผู้ที่จะอภิปรายในส่วนของฝ่ายค้าน จากเดิมวางไว้ 15 คน แต่พอมีปัญหาเรื่องเวลา ก็ต้องกลับมาทบทวนว่าจะคงไว้ 15 คน แล้วกระชับเนื้อหาให้น้อยลง หรือจะลดคน แต่เนื้อหายังคงอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ในส่วนฝ่ายค้านไม่มีอะไรอ่อนไหว เพราะกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น ไม่มีส่วนอื่นที่จะล่วงเลยไปมากกว่านายกฯ เรารู้ดีว่าจะต้องพูดแค่ไหนอย่างไร


นายสุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน ยื่นเรื่องให้ส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ตนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีการตรา พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 เพราะเป็นการเสนอ พ.ร.ก. เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลลุแก่อำนาจ และเป็นความบกพร่องที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่ ออก พ.ร.ก. เพื่อมีผลกระทบต่อพ.ร.บ.

นายสุทิน กล่าวต่อว่า การเสนอ พ.ร.ก. ให้เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามมติของวิปรัฐบาล ในวันนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่าเมื่อรัฐบาล ออก พ.ร.ก. แล้ว ต้องนำมาให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาในการประชุมนัดแรกทันที แต่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความชอบของการตรา พ.ร.ก. จึงทำให้เป็นประเด็นที่การพิจารณาเรื่องดังกล่าวต้องชะลอออกไป แต่บุคคลที่จะสั่งให้ชะลอหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับนายชวน ขณะที่ผลการบังคับใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว ยอมรับว่ามีผลใช้บังคับแล้ว ดังนั้นการชะลอ พ.ร.บ.คุ้มครองสถาบันครอบครัวจึงมีผลต่อไป