หมายเหตุสถานการณ์:สถานการณ์ก่อน-หลัง 25 ส.ค.ร้อนปรอทแตก..แต่ "เอาอยู่"..!!

2017-07-28 00:55:01

หมายเหตุสถานการณ์:สถานการณ์ก่อน-หลัง 25 ส.ค.ร้อนปรอทแตก..แต่ "เอาอยู่"..!!

สถานการณ์ก่อน-หลัง 25 ส.ค.ร้อนปรอทแตก..แต่ "เอาอยู่"..!!
เคยบอกว่าจะ "หมายเหตุสถานการณ์" สัปดาห์ละ 3 วัน แต่ขาดหาย-ผิดคิวไปร่วม 2 ครั้ง เหตุเพราะสุขภาพและธุรการงานยุ่งขิง ก็กราบขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ ตรงนี้
กลับมาวันนี้ก็อยากโฟกัสสถานการณ์ร้อน..คดีร้อน ส.ค. 2560 ที่บางกลุ่ม/ฝ่าย ร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟประลัยกัลป์...มาติดตามสถานการณ์กันด้วยข้อมูล ไม่พยายามใส่อารมณ์ปรุงแต่ง นอกจากความเห็น การคาดหมาย...
คดีร้อน ส.ค. 2560

Advertisement



         - 1 ส.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงปิดคดีรับจำนำข้าวด้วยวาจา และยื่นคำแถลงแบบลายลักษณ์อักษร
          -2 ส.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำเลย 4 คน คือ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และรองนายกฯ, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.
           -25 ส.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐให้กับประเทศจีน จำเลยคือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวก
             -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีรับจำนำข้าว  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย

Advertisement



             -ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีบุกรุกสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 หรือ NBT เมื่อปี 2551จำเลยส่วนใหญ่เป็นการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รู้จักกันในนาม "นักรบศรีวิชัย" และประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ  จำเลยส่วนใหญ่ถูกพิพากษาจำคุก (ไม่รอลงอาญา) ในชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์
             -29 ส.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ศาลปราบโกง) ตัดสินคดีที่ดินอัลไพน์  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นจำเลย
ข้อกังวลสถานการณ์
คดีที่ถูกโฟกัสว่าอาจจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดความวุ่นวายได้จากการปลุกปั่นของบุคคลบางกลุ่ม คือ คดีของนายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์ และคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีหลังทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบว่าศาลจะตัดสินอย่างไร และจำเลยรวมทั้งแกนนำมิตรร่วมรบทั้งหลายก็ทราบดีว่าหากศาลตัดสินว่าผิดก็ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดโอกาสให้ ต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ในศาลอาญาของ "นักการเมือง" นั้น ม้วนเดียวจบไม่มีอุทธรณ์
             คำถามมีอยู่ว่าแล้วทำไมนางสาวยิ่งลักษณ์และพวกถึงได้หวาดหวั่นพรั่นพรึงกันเป็นที่ยิ่ง บางรายถึงขั้นออกมาพูดจาหมิ่นเหม่เข้าข่ายดูหมิ่นศาลหรือไม่ว่า ผู้พิพากษาไม่ได้มีแค่ 9 คนหากแต่มีเป็นล้านๆ คนที่จะไม่ทำให้ยิ่งลักษณ์โดดเดี่ยว..!!

ใช่หรือไม่ว่าคำตอบก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าความกลัวว่าจะถูกลงโทษจำคุก หากถูกลงโทษแม้จะอุทธรณ์ได้แต่ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะหลุดรอดคดี...แล้วคนอย่างยิ่งลักษณ์หรือแม้แต่สมชาย มีหรือจะยืดอกรับชะตากรรมเยี่ยงนั้นได้ ยิ่งกว่านั้น พ.รป.วิธีพิจารณคดีของนักการเมือง ที่เพิ่งผ่าน สนช.และอีกไม่กี่วันนายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย  ก็เป็นกฎหมาย ”ไล่ล่าคนโกง” สามารถนำคดีที่เว้นวรรคหรือจำหน่ายไว้มาพิจารณาต่อได้ คดีต่างๆ จะไม่มีอายุความ ฯลฯ นั้น  แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคนที่รับอานิสงส์ไปเต็มๆ คือนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีคดีทุจริตค้างคาอยู่อย่างน้อย 4 คดี  นี่คืออีกหนึ่งเหตุปัจจัยที่ถมทับ

Advertisement



ดังนั้น ยุทธการระดมพล ระดมประชาชนจากบางฝ่ายจึงถูกกำหนดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ  เป้าหมายคือมาให้กำลังใจกันแบบมืดฟ้ามัวดิน แน่นบริเวณศาล  และบริเวณใกล้เคียง  นัยว่าเพื่อเป็นการกดดันศาลไปในที...

ไม่แต่เท่านั้นประเด็นที่หน่วยข่าวกำลังค้นหา เกาะติดก็คือ  ความเคลื่อนไหวในเชิงป่วนบ้านป่วนเมือง  ก่อความรุนแรงก่อนและหลังคดี  เหมือนเมื่อครั้งปี 2553 ที่เกิดกรณี ”ขอนแก่นโมเดล” เผาศาลากลางหลายจังหวัดในภาคอีสานต่อเนื่องจากการสลายการชุมเมื่อ 19 พ.ค. 2553
อดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า  มีแกนนำของพรรคการเมืองบางพรรคติดต่ออดีตนายทหารยศ ”พันเอก” จากฝั่งลาวให้มาร่วมปฏิบัติการในห้วงก่อนและหลัง 25 ส.ค. เหมือนเมื่อครั้งการเผาศาลากลางอุบลราชธานีปี 2553...
 
ข่าวทำนองนี้จำนวนมากมีอยู่ในแฟ้มของหน่วยข่าวกรอง ที่กำลังจะถูกคัดกรองและเกาะติดเพื่อหาทางหยุดยั้ง ในขณะที่ผู้นำของรัฐบาลทั้ง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ได้พูดจาส่งสัญญาณให้หยุดความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน
แนวโน้มสถานการณ์และข้อเสนอแนะ  

Advertisement



ก่อนจะถึงวันที่ 25 ส.ค.แนวรบที่เปิดเผยของ ”ยิ่งลักษณ์” ก็คงเคลื่อนไหวใน 2 ด้าน ด้านหนึ่งเรียกร้องขอความเห็นใจจากสังคม  พยายามอธิบายความว่าตัวเองและอาจรวมถึงตระกูลชินวัตรถูกรังแก             
อีกด้านหนึ่งก็คงงัดตำราและกลเม็ดเด็ดพรายขับเคลื่อนประเด็นทางกฎหมายต่างๆ ดังเช่นล่าสุดยังดิ้นสู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าศาลฎีกาฯ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ส่งข้อเสนอของจำเลยไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
ตรวจสอบการประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวยังเชื่อว่าแม้สถานการณ์จะร้อนแรงพอประมาณแต่เชื่อว่ายังไม่บานปลายกลายเป็นการป่วนบ้านป่วนเมืองแบบจลาจลหรือเผาบ้านเผาเมือง  สถานการณ์โดยรวมอยู่ในระดับที่ “เอาอยู่”  เพราะหากพลพรรคเพื่อไทยหรือ นปช.เคลื่อนไหวแบบรุนแรงแตกหัก  โอกาสที่โรดแม็ปการเลือกตั้งจะเคลื่อนหรือเลื่อนไหลยาวนานกว่าเดิมอาจจะเกิดขึ้นอย่างชอบธรรม  พรรคเพื่อไทยที่วาดหวังเผด็จศึก คสช.ด้วยการเลือกตั้งคงไม่ยอมทุบหม้อข้าว โอกาสของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายก็ไม่อยากให้ คสช.-รัฐบาลปิดทางปิดโอกาสการแสดงออกของมวลชนที่สนับสนุนยิ่งลักษณ์ลงอย่างสิ้นเชิงหรือตึงเปรี๊ยะจนเกินไป ควรที่จะใช้มาตรการทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ผสมผสาน   อาศัยการจัดระเบียบที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว และการทำความเข้าใจแบบทั่วถึงน่าจะเป็นการดีที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง