สธ.แนะเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์

2019-04-12 10:35:00

สธ.แนะเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์

สธ.แนะประชาชนเตรียมร่างกายให้พร้อมเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พักผ่อนเพียงพอ ผู้มีโรคประจำตัวเตรียมยาติดตัวระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน มีลูกอมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เมื่อรู้สึกใจสั่น ดื่มน้ำบ่อย ๆ วันละ 2-3 ลิตรช่วยคลายร้อน ขับรถตามกฎจราจร  ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ไม่ขับเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขับขี่

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ผู้มีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ จัดเตรียมยาที่รับประทานประจำติดไปด้วย และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดยา ในช่วงการเดินทาง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน อาจรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และสภาพอากาศร้อน อาจรับประทานอาหารได้น้อยกว่าปกติ จึงควรมีขนมหวานหรือพกลูกอมติดตัวไว้ด้วยเสมอ ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีอาการอ่อนเพลียใจสั่น เหงื่อออก หรือปวดศีรษะ ตามัว ให้อมลูกอมหรือดื่มน้ำหวานทันที และให้พกบัตรที่แสดงว่าเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและยาที่ใช้ตลอดเวลาที่เดินทาง เพื่อให้แพทย์สามารถให้การรักษาอย่างรวดเร็ว ถูกวิธีกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่หากมีอาการปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ ผิวหนังร้อนผ่าว คลื่นไส้ อาเจียน หายใจมีกลิ่นคล้ายผลไม้แสดงว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หากปล่อยไว้อาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติได้

นพ.สุขุม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ช่วงฤดูร้อนปีนี้สภาพอากาศร้อนจัด อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ ผู้ป่วยบางโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ ไมเกรนหรือลมชัก อาจมีอาการรุนแรงขึ้น จึงขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางอากาศร้อน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 2-3 ลิตร

“ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ก่อนเดินทางอย่าลืมวางแผนการเดินทาง ศึกษาเส้นทาง ตรวจเช็คความพร้อมของรถ ผู้ขับรถต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่กินยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ ขณะขับขี่ทางไกลหากง่วง ควรหยุดนอนพักในจุดที่ปลอดภัย ขับรถตามกฎจราจร “ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ไม่ขับเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขับขี่” หากประสบเหตุ/เจ็บป่วยฉุกเฉินโทรสายด่วน 1669”  นพ.สุขุม กล่าว 

แท็กที่เกี่ยวข้อง