วัดหนองแกจัดงานฉลองสมโภช "หลวงปู่คำ” 122 ปี

2019-03-10 21:50:11

วัดหนองแกจัดงานฉลองสมโภช "หลวงปู่คำ”  122 ปี

วัดหนองแกจัดงานฉลองสมโภช "หลวงปู่คำ” ยอดพระสงฆ์ 5 แผ่นดิน ครบรอบ 122 ปี

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานประจำปีปิดทองรูปหล่อเหมือน พระครูประสิทธิวรการ (หลวงปู่คำ สุวรรณโชโต) พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองแก อ.หัวหิน ครบรอบ 122 ปี มีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูสถิตญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดหนองแก นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมเปิดงานซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-18 มี.ค.62 มีการจำหน่ายสินค้าราคาถูก สินค้าโอทอปและการแสดงของศิลปินบนเวทีทุกค่ำคืน


พระครูประสิทธิวรการ หรือ หลวงปู่คำ มีนามเดิมว่า คำ สุขศรี เกิดเมื่อปี พ.ศ.2436 ตรงกับ ร.ศ.122 ที่ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายอิ่ม และนางแจ้ง สุขศรี หลังคลอดบุตรชายใหม่ๆ โยมบิดา-มารดา ได้นำบุตรชายยกให้เป็นบุตรบุญธรรมหลวงปู่นาค วัดหัวหิน ยอดพระเกจิชื่อดังที่เป็นที่เคารพจากชาวหัวหิน โดยหลวงปู่นาค ได้ตั้งชื่อเด็กชายว่า "ทองคำ" แต่คนทั่วไปมักเรียกชื่อท่านสั้นๆ ว่า "คำ" ท่านได้เข้าอุปสมบทเมื่ออายุได้ 23 ปี ณ วัดหัวหิน เมื่อ พ.ศ. 2459 โดยมี พระครูวิริยาธิการี (หลวงปู่นาค) วัดหัวหิน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูธรรมโสภิต(หลวงปู่เปี่ยม) วัดเกาะหลัก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์ละมัย อมรธมโม วัดหัวหิน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “สุวรณณโชโต” หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว หลวงปู่คำท่านได้จำพรรษาที่วัดหัวหิน จากการที่ท่านได้ปรนนิบัติรับใช้หลวงปู่นาคอย่างใกล้ชิด ทำให้ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิเจริญวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น จนทำให้ท่านแตกฉานในพระปริยติธรรมต่างๆเป็นอย่างดี ต่อมาท่านได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2540 สิริอายุ 104 ปี 81 พรรษา


พระครูประสิทธิวรการ (หลวงปู่คำ) เป็นพระอริยสงฆ์ซึ่งผ่านช่วงชีวิตมาเป็นเวลานานถึง 5 แผ่นดิน 5 รัชสมัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ท่านเป็นพระที่บริสุทธิ์เพียบพร้อมด้วยไตรสิกขา มีปฏิปทาที่เคร่งครัดต่อศีลาจารวัตรอย่างสูงส่ง ท่านผ่านการบำเพ็ญเพียรและเจริญภาวนาจนกระทั่วบรรลุถึงฌานสมาบัติชั้นสูงในทางพุทธศาสนา ศรัทธาที่ผู้คนมีต่อท่านเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วว่าท่านเป็นอริยะสงฆ์ที่ควรแก่การกราบไหว้บูชาเพื่อเป็นที่พึ่งแห่งจิตใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย นับได้ว่าท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่มีอายุยืนยาวนานรูปหนึ่งของเมืองไทย



Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง