“สุดารัตน์” เปิดนโยบายหนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่

2019-03-08 17:30:50

“สุดารัตน์” เปิดนโยบายหนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่

“คุณหญิงสุดารัตน์” เปิดเวทีถกนโยบายคนรุ่นใหม่ เปิดทางผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย เติมทุน เพิ่มโอกาส

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรค แถลงนโยบายการศึกษาและเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดวงสนทนากับนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ย่านสาทร


คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เมื่อก่อนพรรคไทยรักไทยริเริ่ม SME และ TCDC เข้ามาในประเทศไทย แต่ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกจึงไปได้ไม่ดี วันนี้พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าคนรุ่นใหม่มีพลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ขายของเกษตรกรผลิตให้ และเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยสร้างอาชีพให้คนรุ่นใหม่ได้ แต่รัฐต้องสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ พรรคมีนโยบายเปิดศูนย์สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพราะที่ผ่านมา แม้คนรุ่นใหม่จะมีไอเดีย มีเทคโนโลยี แต่ไปไม่ได้ เพราะติดข้อกฎหมายและการให้โอกาส


คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ศูนย์นี้จะทำหน้าที่ 4 ด้านคือ 1.ให้องค์ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยดังทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ โดยค่าใช้จ่ายรัฐบาลจะออกเงินให้ก่อน 2.ช่วยเหลือเรื่องทุนด้วยดอกเบี้ยต่ำ หรือจับคู่คนรุ่นใหม่กับนายทุนที่ต้องการร่วมธุรกิจ 3.ประสานงานของอนุญาตใบประกอบการ 4.มีแพลทฟอร์มเพื่อหาตลาด และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในช่วงต้นจะต้องผ่อนจ่ายหลังก่อตั้งธุรกิจมาแล้ว 2-3 ปี โดยช่วง 2-3 ปีแรกจะพักหนี้ให้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า นโยบายที่ 1 คือ คือสิทธิพิเศษนอก EEC เพราะที่ผ่านมาธุรกิจขนาดใหญ่ใน EEC สร้างกู้เงินทุนและทำธุรกิจได้ แต่คนตัวเล็กทำไม่ได้ ทั้งนี้กลุ่ม Creative Agritech หรือธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น นโยบายที่ 2 คือ กองทุนคนเปลี่ยนงาน แจกคูปองให้กับคนที่อยากเปลี่ยนงานหรือไม่มีงาน เข้าเรียนหรืออบรมหลักสูตรตามมหาวิทยาลัยหรือแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อให้คนตกงานมีความรู้เพียงพอที่จะเปลี่ยนงาน นโยบายที่ 3 คือ บัตรทอง Start Upสนับสนุนด้านภาษี อำนวยความสะดวกพิธีการศุลกากร และสิทธิพิเศษกับ EEC นโยบายที่ 4 คือ E-commerce ยกเว้นภาษี 2 ปีให้คนรุ่นใหม่ตั้งตัวได้ และค่อยเพิ่มการเก็บภาษีขึ้นเป็นขั้นบันได้หลังมีรายได้ เพื่อให้ E-commerce ไทยแข็งแรง


คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า ผู้ประกอบการที่เข้ามาฟังแสดงความคิดเห็นว่าตนทำธุรกิจสตาร์ทอัพ จดทะเบียนในประเทศจีนและอีกหลายประเทศใช้เวลา 3 เดือน แต่จดทะเบียนในประเทศไทยใช้เวลา 5 ปียังไม่ผ่าน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์แสดงความเห็นว่านโยบายต่างๆ ที่พรรคเสนอจัดตั้งศูนย์จะบริหารโดยเอกชนไม่ใช่ภาครัฐเพราะมีความล่าช้าและไม่มีประสบการณ์ โดยจะปรับเข้ามาเป็นนโยบายของพรรคต่อไป ขณะเดียวกันหลายคนแสดงความคิดเห็นถึงครูและการสอนที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กคิด และยัดเยียดข้อมูลให้เดฌ็กมากจนเกินไป นอกจากนี้ระบบการสอบเข้ามาหวิทยาลัยเป็นระบบที่ไม่นิ่ง และไม่สร้างความสุขในการเรียนรู้ให้เด็ก ซึ่งพรรคมองว่าควรปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาในเด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียน (Student Center) ไม่ใช่ Product Center


Advertisement