กกต.ชี้อดีตกรรมการบริหาร ทษช.ช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้

2019-03-08 16:45:18

กกต.ชี้อดีตกรรมการบริหาร ทษช.ช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้

“พ.ต.อ.จรุงวิทย์” ระบุ กกต.บินไปดูเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นไปตามกฎหมาย ไฟเขียว 13 อดีตกรรมการบริหาร ทษช. ช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้ แต่ต้องระวังประเด็นครอบงำพรรคอื่น

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการไปดูงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของ กกต.ทั้ง 7 คน ว่า ตามกฎหมายใหม่กำหนดให้ กกต.ต้องไปดูการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หากเกิดเหตุผิดพลาด เช่น ส่งบัตรผิด กกต.สามารถใช้อำนาจสั่งระงับการเลือกตั้งได้ทันที ถ้า กกต.ไม่เดินทางไปแล้วเกิดเหตุขัดข้องผิดพลาด จะกลายเป็น กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนงบประมาณในการเดินทางก็อยู่ในขอบข่ายของการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนก็จะลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆเช่นกัน

เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงผลจากคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า กรรมการบริหารพรรค ทั้ง 13 คนจะถูกตัดสิทธิสมัคร และห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองอื่นภายในเวลา 10 ปี ยกเว้นนายรุ่งเรือง พิทยะศิริ ซึ่งลาออกไปก่อนมีการกระทำความผิด ทั้งนี้กรรมการบริหารพรรคทั้ง 13 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถไปช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมืองอื่นได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าข่ายครอบงำพรรคอื่น และจะขึ้นรูปในป้ายหาเสียงคู่กับผู้สมัครของพรรคอื่นไม่ได้ ส่วนสมาชิกและผู้สมัครคนอื่นๆ เมื่อพรรคถูกยุบสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น และเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ เพราะยังมีสถานะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ประเด็นผู้ช่วยหาเสียงจะถูกควบคุมด้วยจำนวนและค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่ทำการพรรค และสาขาพรรคแม้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องรื้อถอนป้ายชื่อและโลโก้พรรคออกภายในกำหนดเวลาเท่าไร ก็แต่ควรรีบดำเนินการโดยเร็ว อย่างไรก็ตามหากสมาชิกพรรคทษช.ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นแล้ว ก็สามารถขึ้นรูปในป้ายหาเสียงคู่กับผู้สมัครได้

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงข้อวิจารณ์การยุบ ทษช. รวดเร็ว แต่เรื่องร้องยุบพรรคอื่นล่าช้า โดยเฉพาะกรณีโต๊ะจีนพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งยื่นคำร้องมาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2561 ว่า กรณี ทษช.ความผิดปรากฎชัดมีหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองอย่างชัดเจน จึงเสนอให้ค กกต.พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ทันที ส่วนกรณีโต๊ะจีนระดมทุนต้องตรวจสอบบัญชียอดบริจาค จะยุบพรรคได้ต่อเมื่อมีการรับเงินจากชาวต่างชาติ หรือนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือครองหุ้นมากกว่า 49 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีรายชื่อนิติบุคคลบริจาคถึง 40 แห่ง และเป็นการบริจาคจากบุคคลธรรมดาถึง 84 คน รายละเอียดทั้งต้องตรวจสอบไปยังสำนักทะเบียนราษฎร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน และสามารถเสนอความเห็นให้ กกต.พิจารณาได้ รวมถึงคำร้องยุบพรรคอื่นๆด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าา สำหรับ พรรคไทยรักษาชาติ มีคณะกรรมการบริหารพรรค  13 คน ประกอบด้วย 1. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค 2. น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค 3. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค 4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค5. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค 6. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค 7. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค 8. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค 9. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค10. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค 11. นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค12. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค และ 13. นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค ส่วน รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ลาออกก่อนวันที่ 8 ก.พ.จึงไม่ถูกตัดสิทธิ