“อนาคตใหม่”จวกกระบวนการปล่อยข่าวป้ายสีพรรค

2019-03-05 13:35:43

“อนาคตใหม่”จวกกระบวนการปล่อยข่าวป้ายสีพรรค

โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แจงมีกระบวนการปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายป้ายสีพรรค ลั่นไม่เกรงกลัวการสาดโคลน มุ่งมั่นในอุดมการณ์ เดินหน้าลงพื้นที่ต่อไป คาดกลัวเป็นตัวแปรสำคัญจัดตั้งรัฐบาล


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่ห้องแถลงข่าวพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้น 7 น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า มี 3 ประเด็นที่ขอชี้แจ้งต่อสื่อมวลชน 1. กรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกดำเนินคดีแชร์ข่าวปลอมบนบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเนื้อข่าวที่แชร์ระบุว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000 บาท ซึ่งเมื่อ พล.ท.พงศกร โพสต์ออกไปไม่กี่นาที ก็มาทราบภายหลังว่าเป็นเพจข่าวปลอม จึงได้ทำการลบในทันที และโพสต์แสดงความขอโทษที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดเสียก่อน ซึ่งการกระทำดังกล่าว นำไปสู่การเข้าแจ้งความ โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้รับมอบอำนาจจาก คสช.เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โดย ณ ขณะนี้เป็นเพียงหมายเรียกเท่านั้น ยังไม่มีการจับกุมใดๆ ซึ่งทางพล.ท.พงศกร ยืนยันว่าตนมิได้มีเจตนาบิดเบือนใดๆ เมื่อทราบว่าเป็นข่าวปลอมก็รีบทำการลบ และโพสต์แสดงความขอโทษทันที ทั้งนี้ พล.ท.จะไปรายงานตัว และดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปในวันที่ 11 มี.ค.นี้


น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า 2. ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่ามีกระบวนการปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายป้ายสีพรรคอนาคตใหม่ไม่เว้นวัน แต่พรรคอนาคตใหม่มีความมั่นใจ และไม่เกรงกลัวการสาดโคลนใดๆ จะมุ่งมั่นในอุดมการณ์ และเดินหน้าลงพื้นที่ต่อไป ผู้ที่กำลังกลัวการสูญเสียอำนาจต่างหากที่กลัว กลัวชัยชนะของประชาชนที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 24 มี.ค.นี้ กลัวพรรคอนาคตใหม่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล และนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ และ 3. กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกกล่าวหาพัวพันกับธุรกิจโรงเลื่อยไม้เถื่อน ทำลายธรรมชาติ และการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตบริษัทแห่งหนึ่งตามที่มีสื่อบางสำนักเปิดประเด็นไว้ ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของนายธนาธรได้มีการโพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวไว้อย่างละเอียดแล้ว ขอยืนยันว่านายธนาธรเข้าซื้อหุ้นบริษัทหลังคดีความทุจริตเกิดขึ้นนานเกือบ 10 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผู้ลงทุน และนายธนาธรก็ไม่ได้มีส่วนใดๆในการบริหารบริษัท จนกระทั่งได้ขายหุ้นทั้งหมดไปในปี 2560 ส่วนกรณีบริษัทวันโอซี เป็นบริษัทที่นายธนาธรเปิดไว้แต่ไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ ทั้งสิ้น มีสถานะ sleeping company ข่าวที่ออกมาจึงถือเป็นข่าวเท็จที่จงใจทำลายความน่าเชื่อถือของนายธนาธรและพรรค