สำรวจสถานการณ์น้ำ "เขื่อนลำปาว" รับมือภัยแล้ง

2019-03-04 17:10:55

สำรวจสถานการณ์น้ำ "เขื่อนลำปาว" รับมือภัยแล้ง

รองแม่ทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ สำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวและติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง พบปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว และอ่างเก็บน้ำทุกแห่งพ้นวิกฤต มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง

วันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ ร่วมกับ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน และบริเวณพื้นที่กักเก็บน้ำ จากนั้นร่วมประชุมรับฟังผลการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และแนวทางการแก้ไขปัญหาของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำปาว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาฬสินธุ์ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.กาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รายงาน ก่อนเดินเท้าสำรวจปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว

พล.ต.ธเนศ กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในแต่ละภูมิภาค ที่ปริมาณน้ำเหลือน้อย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน รัฐบาลจึงได้สั่งการให้กองทัพบก สำรวจสถานการณ์น้ำและเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ โดยกำชับจุดที่มีปัญหาให้เตรียมกำลังพล และมอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับดูแล ทั้งนี้จากการสำรวจแหล่งน้ำในภูมิภาคนี้ พบเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่เป็นแหล่งต้นน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ด้านล่างและลำน้ำชี เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำ ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำประมาณ 40% ซึ่งถือว่าเพียงพอในการใช้ตลอดฤดูแล้ง และหากพื้นที่ด้านล่าง คือ จ.ยโสธร ประสบปัญหาขาดแคลน ยังจะสามารถระบายน้ำลงไปช่วยตลอด 4 เดือนข้างหน้าได้อย่างไม่มีปัญหา

Advertisement