พท.ประกาศนโยบายท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาท

2019-03-02 23:20:42

พท.ประกาศนโยบายท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาท

Advertisement

เพื่อไทยปราศรัยใหญ่เมืองเชียงใหม่ ประกาศนโยบายท่องเที่ยวครั้งแรก ตั้งเป้าทำรายได้ 3 ล้านล้านบาท ยกเลิกวีซ่าคนจีน ดึงนักท่องเที่ยวกลับไทยภายใน 6 เดือน ชูเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวในภูมิภาค


เมื่อวันที่ 2 มี.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ นำทีมโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายชัยเกษม นิติสิริ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล นายนพดล ปัทมะ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และนายอดิศร เพียงเกษ

นายปลอดประสพ ประกาศว่าหากเป็นรัฐบา จะทำให้จ.เชียงใหม่กลับมารุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยว ทั้งคืนไนท์ซาฟารี ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ และงานพืชสวนโลก จัดการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวกลางเมืองคลอบคลุมพื้นที่กลางเมือง 6 ตารางกิโลเมตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงลำน้ำแม่ข่าให้สะอาด, นำกัญชง กัญชา มาเป็นพืชเศรษฐกิจ ไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นยาและเสื้อผ้าที่สร้างรายได้ พร้อมทั้งกล่าวว่า กัญชาเหมาะกับภาคอีสานริมโขง ส่วนกัญชงเหมาะกับภาคเหนือและสัญญาว่าราคาสำหรับพืชเกษตรทั้งหมดรวมทั้งลำไยจะเหมือนเดิมทั้งหมด


นายพงษ์เทพ กล่าวว่า พรรคเราเน้นการนำเสนอนโยบายพรรค พวกตนเริ่มกันมาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค และประกาศสงครามกับยาเสพติด ตนยังจำได้ว่าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน แต่เมื่อไทยรักไทยเข้ามาบริหารไม่เกิน 3 เดือนก็ทำโครงการนี้สำเร็จ ปัจจุบันมีหลายพรรคเสนอนโยบาย บางนโยบายสุดกู่เพราะเชื่อว่าเสนอไปแล้วไม่ได้ทำ แต่เพื่อไทยเชื่อว่าเสนอไปแล้วทำได้ สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าเดินไปตามนโยบายวันนี้ตนมาเชียงใหม่คงได้นั่งรถไฟความเร็วสูงแล้ว ขณะเดียวกันตอนนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่เห็นด้วยให้ไปสร้างถนนลูกรังให้เป็นคอนกรีตให้ครบทั้งประเทศก่อน แต่ทุกวันนี้ไปเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะเป็นจริงไปไม่ได้เลย ถ้า คสช. ยังคงสืบทอดอำนาจอยู่ และเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เกิดจากคนวางแผนที่ต้องการยึดอำนาจโดยใช้ลุงกำนันเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีคนเล่าว่าในม็อบนั้นมีคนใส่เครื่องแบบยืนอยู่ด้วย ซึ่งทุกวันนี้มาปฏิวัติ และทุกวันนี้ คสช. อยู่ในอำนาจนานกว่าจอมพลถนอม กิตติขจรแล้ว และพวกเขาไม่ได้จะอยู่เพียงแค่นี้ แต่คิดจะอยู่ถึง 20 ปี ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ โดยให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งและสรรหาโดย คสช. เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นคนหน้าซ้ำๆเดิมๆ และพยายามสร้างความสับสนโดยการจับเบอร์ในแต่ละเขตไม่ให้เหมือนกัน แต่ขอให้ประชาชนสังเกตจากโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามการชนะการเลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งของ ส.ส. ไม่พอ เพราะทุกเสียงจะมาคิดเป็น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะฉะนั้นทุกเสียงจึงสำคัญ แบ่งไม่ได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยอาสามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความทุกข์ยาก และปากท้อง ตนขอเวลาไม่นานภายใน 6 เดือนจะทำให้ประชาชนกระเป๋าตุงให้ได้ ราคาพืชผลการเกษตรทุกตัวจะทำให้กลับไปสูงเหมือนเดิมให้ได้ การค้าขายจะดีขึ้น เพราะเกษตรกรเป็นฐานใหญ่ของประเทศ ถ้าเกษตรกรไม่มีเงินแล้วคนไทยจะรวยได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้รัฐบาลเอาใจแต่เจ้าสัวไม่กี่คน บัตรคนจนที่รับมาเอาเงินผ่านมือเราไปให้เจ้าสัว จากการสำรวจเจ้าสัวเหล่านั้นรวยขึ้นภายใน 4 ปี แต่ประชาชนยากจนลง รวยกระจุกจนกระจาย ที่ผ่านมาเกษตรกรขยันทำมาหากินเหมือนเดิม แต่ขายของไม่ได้ ดังนั้นการเติมพลังให้กับประชาชนคือการปรับหนี้ พักชำระหนี้ให้เกษตรกร 3 ปี และจะพัฒนาให้เชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารสุขภาพส่งออกไปทั่วโลก โดยมีกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดินให้ พร้อมทั้งทำกระเทียมให้ราคา 14-15 บาทและนำไปขายทั่วโลก และให้ TCDC ทำงานกับชาวบ้านพัฒนาสินค้าโอทอปและให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค และเชื่อมโยงไปจังหวัดอื่นๆ ในภูมิภาค แล้วค่อยกลับมาช็อปปิ้งที่เชียงใหม่ก่อนกลับบ้าน นอกจากนี้ยังชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยจะทำศูนย์สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่มาใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ และมีโอกาสได้เงินทุนเหมือนกับนายทุนรายใหญ่ สร้างแหล่งเงินกู้ให้พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ เพราะคนรวยหาเงินกู้ 100 ล้านบาทไม่ยาก แต่คนจนหาเงินแค่หมื่นเดียวเป็นเรื่องยาก ซึ่งโครงการนี้จะมีทุกจังหวัดให้พี่น้องประชาชนไปสร้างอาชีพได้ พักหนี้ และสร้างเงินทุน พร้อมกล่าวย้ำว่า “ใครอยากรวย ต้องได้รวย ใครอยากทำงานต้องมีงานทำ”


นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ยังประกาศนโยบายการท่องเที่ยวให้เชียงใหม่มีรายได้เกินแสนล้านบาทภายใน 2 ปี เพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น 50 ล้านคน และเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวทั้งประเทศจาก 2 ล้านล้านบาทเป็น 3 ล้านล้านบาท กระจายไปทั่วทุกจังหวัด ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจทั้งมาตรฐานการเตือนภัยและการกู้ภัย ใช้งบปรนะมาณไม่ได้เสี้ยวของเรือดำน้ำ นักท่องเที่ยวจะต้องมั่นใจและกลับมาเที่ยวไทยภายใน 6 เดือน นอกจากนี้จะยกเลิกวีซ่าประเทศจีน ซึ่งตนได้เดินทางไปพูดคุยกับ รมว.ท่องเที่ยวจีนแล้ว แล้วคาดว่าคนจีนจะมาเที่ยว 15 ล้านคน เชื่อมการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่-เชียงราย-เชียงรุ้ง-เชียงตุง-เชียงทอง และยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหลวงพระบาง-นครวัด แล้วค่อยกลับมาช็อปปิ้งที่กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ บ่อน้ำร้อนในภาคเหนือจะต้องเป็นจุดท่องเที่ยวสุขภาพเหมือนออนเซน และสร้างกิจกรรมใหญ่ในประเทศ 5 ครั้ง ได้แก่ เค้าท์ดาวน์ปีใหม่, สงกรานต์, วิสาหบูชาโลก, ลอยกระทง, และตรุษจีนเยาวราช-นครสวรรค์ให้นักท่องเที่ยวอยากมากินของดีและสตรีทฟู้ด จัดมิวสิคเฟสติวัลสร้างความบันเทิง และสร้างรายได้จากของฝาก สุดท้ายคือการปรับแก้กฎหมายที่พักให้ทันสมัยและเอื้อประโยชน์ให้คนตัวเล็กได้ทำมาหากิน ไม่ใช่ให้มาใช้มาตรฐานเท่ากับโรงแรมหรูแต่คนตัวเล็กไม่มีทุน และยืนยันว่าจะทำบัตรคนจนต่อ แต่ขอแจกบัตรคนรวยแทนภายใน 4 ปี พร้อมกล่าวย้ำว่าพรรคเพื่อไทย นาฬิกาตรงไม่ตาย นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวว่า คสช. ตุนเสียง ส.ว. ไว้ 250 เสียง แต่ไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าหัวใจคนไทย และการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องไม่รักใครนอกจากตัวเอง เพื่อไทยจะเป็นทางออกให้ประชาชน ต้องเลือกันเยอะๆ ทุกเขตถล่มทลายเกิน 70,000 เสียง และเพื่อไทยจะกลับมาช่วยเหลือประชาชน


ด้านนายชัชชาติ เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการกล่าวคำขวัญจังหวัดเชียงใหม่ แล้วต่อด้วยกลอนที่แต่งขึ้นเอง คือ “เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันล้ำค่า ศูนย์รวมใจไทยล้านนาที่ยิ่งใหญ่ แผ่นดินทองของกษัตริย์กล้าพญามังราย เชื่อมทั่วไทย เชื่อมโลกใกล้ ไทยล้านนา” ซึ่งเป็นกลอนที่แต่งไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วที่สัญญาว่าจะเชื่อมล้านนา เชื่อมไทย เชื่อมโลก แต่ยังไม่ได้ทำเพราะถูกรัฐประหาร ตอนนี้จขะขอกลับมาทำต่อ เพราะปากท้องของมีน้องประชาชนกำลังลำบาก เรากำลังตกหล่มเศรษฐกิจ เราต้องออกจากหล่มด้วยใช้ล้อแบบโพร์วิล ใช้ล้อที่หนึ่งการส่งออก การท่องเที่ยว อนาคตต้องมีเพิ่มขึ้น ล้อที่สองคือการลงทุนในประเทศ ล้อที่สามการเกษตร ล้อที่สี่การลงทุนงบประมาณของรัฐบาล

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเชียงใหม่ พรรคจะต้องมาแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของพี่น้อง เช่น เรื่องฝุ่น ปัจจุบันเรามีฝุ่นเยอะมาก ต้องเอานายทุนมาร่วมรับผิดชอบ ต้องเร่งผลักดันดารเชื่อมไทยเชื่อมโลก เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองตัน ต้องหาวิธีว่าจะทะลุขึ้นไปอย่างไร เพื่อให้มีช่องทางที่ทำให้เศรษฐกิจไหลลงมาบ้าง การสร้างเศรษฐกิจที่ดีต้องควบคู่ไปกัยบการพัฒนาคุณภาพชีวิต เราต้องเอาท้องถิ่นมาช่วยในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจเชียงใหม่ไปไม่ได้ถ้าคุณภาพชีวิตเราไม่ดี ต้องดึงคนเก่งเข้ามาอยู่ ทำมห้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้เป็นเมืองชั้นนำของอาเซียน

และสุดท้าย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวปราศรัยเน้นย้ำถึงผลงานของพรรคเพื่อไทยในอดีต และวิจารณ์ทำงานของรัฐบาลบ คสช. และพรรคคู่แข่ง




นอกจากนี้ยังมีการแนะนำตัว 9 ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ได้แก่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เขต 1 (อำเภอเมือง) เบอร์ 6, นายนพคุณ รัฐผไท เขต2 (อำเภอหางดง และสารภี) เบอร์ 6, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เขต 3 (อำเภอสันกำแพง แม่ออน และ ดอยสะเก็ด) เบอร์ 13, นายวิทยา ทรงคำ เขต 4 (อำเภอสันทราย พร้าว และแม่แตง) เบอร์ 10, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เขต 5 (อำเภอกัลยาณิวัฒนา สะเมิง แม่ริม และแม่แตง) เบอร์ 14, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เขต 6 (อำเภอเชียงดาว เวียงแหง และไชยปราการ) เบอร์ 1, นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เขต 7 (อำเภอฝาง และแม่อาย) เบอร์ 12, นายสุรพล เกียรติไชยากร เขต 8 (อำเภอสันป่าตอง แม่วาง ดอยหล่อ และจอมทอง) เบอร์ 8, นายศรีเรศ โกฏคำลือ เขต 9 (อำเภอแม่แจ่ม ฮอด ดอยเต่า และอมก๋อย) เบอร์ 9

4 ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดลำปาง ได้แก่ นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เขต1 (อำเภอเมือง และห้างฉัตร) เบอร์ 10, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร เขต 2 (อำเภอเมืองปานวังเหนือ แจ้ห่ม และงาว) เบอร์ 7, นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ เขต 3 (อำเภอแม่เมาะ แม่ทะ และอำเภอเมือง) เบอร์ 10, นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ เขต 4 (อำเภอเกาะขา เสริมงาม สบปราบ เถิน แม่พริก) เบอร์ 7

2 ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดลำพูน ได้แก่ นายสงวน พงษ์มณี เขต 1 (อำเภอเมือง บ้านธิ และแม่ทา) เบอร์ 10, นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เขต 2 (อำเภอป่าซาง เวียงหนองล่อง บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง และลี้) เบอร์ 5

แท็กที่เกี่ยวข้อง