ศาลปกครองนัดไต่สวนปมฝุ่นพิษ 7ก.พ.

2019-02-06 11:00:52

ศาลปกครองนัดไต่สวนปมฝุ่นพิษ 7ก.พ.

ศาลปกครองกลางนัดคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. ไต่สวนปมฝุ่นพิษ 7 ก.พ.

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลางได้มีหมายกำหนดนัดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีไปศาลเพื่อไต่สวน หลังจากที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาว กทม.จำนวน 41 คน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2562 กล่าวหาว่า บุคคลทั้งสามละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ กรณีไม่ยอมใช้อำนาจตามมาตรา 9 ประกอบมาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 และมาตรา 28/1 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2560 ในการควบคุมอันตรายจากการแพร่กระจายของฝุ่นละออง PM2.5 ได้ เป็นเหตุให้โรงเรียนต่าง ๆ ต้องหยุดเรียนและองค์กรภาคธุรกิจเอกชนต้องหยุดการทำงานเพื่อหลีกหนีมลพิษ และทำให้ประชาชนจำนวนมากเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ นักท่องเที่ยวหนีหาย เศรษฐกิจของประเทศต้องเสียหายเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท


นายศรีสุวรรรณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อสมาคมฯและชาว กทม.ได้ยื่นคำฟ้องพร้อมคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองอย่างใด ๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาแล้ว ต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามชี้แจงคัดค้านคำขอดังกล่าว แต่ทว่าผู้ถูกฟ้องใช้แท็กติกขอขยายระยะเวลาการชี้แจงออกไปเรื่อยๆ แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า สถานการณ์มลภาวะทางอากาศเกี่ยวกับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ได้ขยายเป็นวงกว้าง ศาลจึงมีคำสั่งเรียกผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามมาให้ถ้อยคำต่อศาล เพื่อประกอบการพิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองอย่างใด ๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามคำร้องขอของสมาคมฯและชาว กทม.ต่อไป โดยศาลได้กำหนดนัดไต่สวนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามในวันพฤหัสที่ 7 ก.พ. 2562 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. ซึ่งสมาคมฯจะนำพยานหลักฐานไปแสดงเพิ่มเติมและคัดค้านคำชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย เพราะเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะมีข้ออ้างและชี้แจงบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เพื่อขอให้ศาลเร่งออกคำสั่งเพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกำหนดมาตรการหรือวิธีการที่เด็ดขาดในการระงับแหล่งกำเนิดมลพิษต่าง ๆ อย่างเฉียบขาดด้วย โดยเฉพาะต้องเร่งเอาผิดกลุ่มผู้เผาไร่อ้อยและรับซื้ออ้อยเผา กลุ่มโรงงาน