“วอทช์ด็อก"ลั่นทหารสั่งทรมานสุนัขต้องถูกดำเนินคดี

2019-01-04 17:20:45

 “วอทช์ด็อก"ลั่นทหารสั่งทรมานสุนัขต้องถูกดำเนินคดี

“วอทช์ด็อกไทยแลนด์” ลั่นนายทหารสั่งลูกน้องจับสุนัขมือขา มัดปาก ตากแดด ฐานวิ่งไล่กวดตอนปั่นจักรยาน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมายข้อหาทารุณกรรมสัตว์


จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND (WDT) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า นายทหารโหดสั่งลูกน้องจับหมามัดมือมัดเท้าตากเเดดจนสิ้นแรงแล้วให้นำไปปล่อยทิ้งกองขยะลพบุรี WDT รับแจ้งเรื่องร้องเรียนสุดหดหู่รับเทศกาลปีใหม่ 2019 เป็นการกระทำความผิดที่เกินกว่าเหตุของผู้บังคับบัญชาของกรมทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี วันเกิดเหตุเป็นวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค.2561 เวลาประมาณ 09.00 น. ช่วงเช้า ท่านผู้บังคับบัญชาได้ออกมาปั่นจักรยานตอนเช้า โดยมีสุนัขในค่ายที่อาศัยอยู่ วิ่งไล่ตามประสา ทำให้ท่านไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงใช้อำนาจของตน สั่งให้นายทหาร นายสิบและพลทหาร ไปตามจับสุนัขดังกล่าว โดยจับมาได้สองตัว และได้สั่งให้นำเชือกมัดขาสุนัขทั้งสองตัวรวมกัน พร้อมทั้งมัดปากของสุนัข หลังจากมัดสุนัขเรียบร้อย ให้นำสุนัขดังกล่าวไปไว้บริเวณกลางลานจอดรถ โดยมีแสงแดดที่ค่อนข้างร้อน สุนัขทั้งสองตัวดังกล่าวได้ถูกตากแดดอยู่ 6-7ชั่วโมงและพยายามดิ้นอย่างทุรนทุราย เพื่อช่วยเหลือตัวเอง หลังจากเวลาผ่านไปถึงประมาณ 16.00 น. สุนัขหายใจอ่อนมาก ท่านจึงสั่งให้นำรถขยะของหน่วย นำสุนัขดังกล่าวไปทิ้งที่กองขยะห่างจากค่ายประมาณ 3 กม. ซึ่งตอนนำสุนัขขึ้นรถขยะไปนั้นสภาพของสุนัขทั้งสองตัวมีบาดแผลจากการช่วยเหลือตัวเองที่บริเวณขามีรอยของเชือกที่รัดแน่น ทำให้เกิดบาดแผลและขาของสุนัขบวม ผิวหนังตามร่างกายก็มีรอยพุพองจากความร้อนของพื้นถนน โดยหลังจากนำสุนัขไปทิ้งก็ยังไม่รู้ว่าสุนัขทั้งสองตัวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่


ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้เป็นรั้วของชาติหลายคน รู้สึกสลดใจต่อการกระทำดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดทารุณกรรมสัตว์ แต่ก็สุดที่จะคัดค้านได้และไม่สามารถช่วยเหลือสุนัขได้เพราะอยู่ภายใต้คำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยท่านได้ใช้อำนาจสั่งการในทางที่ผิดต่อกฏหมาย จึงพากันคิดว่า ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีอำนาจเพียงใดก็ตาม ก็ต้องปฎิบัติตนอยู่ภายใต้กฎหมายไม่อย่างนั้นจะมีกฎหมายไว้ทำไม ผู้ใต้บังคับบัญชาของกรมทหารแห่งนี้ จึงรวมตัวกันมาร้องเรียน WDT เพราะรู้สึกสงสารสุนัขที่โดนทำร้ายอย่างไม่รู้เรื่องอะไร และขอความช่วยเหลือมาให้ช่วยแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมทั้งนำคนผิดมาดำเนินคดี WDT ประสาน ผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้ดูแลกรมทหารแห่งนี้ พร้อมรายงาน ผวจ.ลพบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และ ผู้กำกับการตำรวจ สภ.เมือง ลพบุรี เตรียมประสานการดำเนินการเรียกตัวมาสอบสวนเหตุแห่งการกระทำผิดและดำเนินการตามกฏระเบียบ วินัยของ หน่วยงานบังคับบัญชา และส่งตัวดำเนินคดีตามกฏหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ต่อไป เพราะทารุณกรรมสัตว์เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้และเป็นคดีของรัฐที่จะต้องดำเนินการจนถึงที่สุด ติดตาม ผลการค้นหาเพื่อช่วยเหลือหมาทั้งสองตัวจากอาสาประชาชนลพบุรี ว่า ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขอให้ฟ้าดินเมตตาให้น้องยังคงมีชีวิตรอด เพื่อที่จะนำส่งรักษาอย่างเร่งด่วน


ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ม.คง ทีมข่าวนิว 18 ได้พูดคุยกับทางฝ่ายกฏหมายของวอทช์ด็อกไทยแลนด์ ได้ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้การสืบเสาะข้อเท็จจริงได้ครบทั้งหมดแล้ว ทางวอทช์ด็อกไทยแลนด์ ได้มีการเตรียมส่งมอบ ข้อมูลต่างๆ ให้กับทางเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลกฎหมายตัวจริง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจังหวัดช่วยกันมารับเรื่องราวเหล่านี้ไปดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ผู้ที่ส่งคลิปให้คือผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งค่อนข้างกลัวเป็นอย่างมาก แต่เมื่อส่งข้อมูลมาให้ทางวอทช์ด็อกไทยแลนด์แล้ว ทางเราก็ มีความเห็นว่าเป็นความผิดที่ทำสำเร็จแล้ว และเป็นการกระทำผิดกฎหมายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยตัวการกระทำเองก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ ค่อนข้างเซนซิทีพตรงที่ ผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอำนาจหรือ ยศตำแหน่งทางราชการเพราะฉะนั้นการจัดการตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนปกติ คนธรรมดา หรือใครก็ตามที่มียศตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดแล้ว ก็ต้องได้รับโทษเนื่องจากเป็นการทารุณกรรมสัตว์


ฝ่ายกฏหมายของวอทช์ด็อกไทยแลนด์ ระบุด้วยว่า ส่วนผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ให้กระทำการดังกล่าวนั้น ไม่มีความผิดแต่อย่างใด เพราะเป็นเจตนาของคนสั่ง คนถูกสั่งหรือถูกขู่เข็นให้ทำไม่มีความผิดเพราะไม่ได้เจตนากระทำทารุณกรรมสัตว์ ล่าสุดได้พบกับสุนัขที่อยู่ในคลิปแล้ว 1 ตัว ชื่อว่า เจ้าทองลาย สีขาวลายๆ โดยพลทหารได้นำส่งโรงพยาบาลสัตว์แล้ว วันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนัดหมายที่ สภ.เมืองลพบุรี เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สืบสวนและสอบสวน ซึ่งจะมีชื่อผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ร้องเรียน โดยขอให้เป็นการทำหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจะมีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน คือ ส่วนที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน และ ส่วนที่ตามหาสุนัข


Advertisement




ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND (WDT)


Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง