วุฒิฯมะกัน ผ่านมติประณามเจ้าชายซาอุฯสั่งฆ่าคาช็อกกี

2018-12-14 13:45:16

วุฒิฯมะกัน ผ่านมติประณามเจ้าชายซาอุฯสั่งฆ่าคาช็อกกี

วุฒิสภาสหรัฐตีแสกหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านมติประณามเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดนายคาช็อกกี พร้อมทั้งมีมติให้สหรัฐยุติการสนับสนุนทางทหารในสงครามเยเมน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลของทรัมป์ กรณีซาอุดีอาระเบีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี วุฒิสมาชิกสหรัฐลงคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ผ่านมติประวัติศาสตร์ประณามเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย มีส่วนรับเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวและคอลัมนิสต์ชื่อดังชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกฆ่าโหดและหั่นชำแหละศพในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความไม่พอใจของสมาชิกรัฐสภา กรณีการสังหารนายคาช็อกกี และในวาระเดียวกันนี้ ส.ว.ก็ยังลงมติด้วยคะแนนเสียง 56-41 สนับสนุนให้สหรัฐถอนกำลังทหารจากการปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศภายใต้กฎหมายวอร์ เพาเวอร์ แอ็กท์ เพื่อยุติการสนับสนุนทางทหารในสงครามเยเมน ที่มีซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้นำ

การลงมติเพื่อยุติสงครามในเยเมน สะท้อนให้เห็นความไม่พอใจของวุฒิสมาชิกจากทั้ง 2 พรรคการเมือง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์ทรมานและเดือดร้อนอย่างหนัก จากสงครามในเยเมน และการเลือกข้างของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ยังให้การสนับสนุนเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทั้ง ๆ ที่มีมีหลักฐานที่เชื่อได้จากหน่วยข่าวกรองสหรัฐพิสูจน์ให้เห็นว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดเป็นคนสั่งฆ่านักข่าวและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์

Advertisement




มติประณามเจ้าชายซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเสนอโดยบ็อบ คอร์เกอร์ วุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกัน ยังถือเป็นการตำหนิการตอบโต้ของทรัมป์ต่อการฆ่านายคาช็อกกีด้วย และเป็นหนึ่งในความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่พุ่งเป้าโจมตีเจ้าชายโมฮัมเหม็ด และนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่มีต่อซาอุดีอาระเบีย

วุฒิสมาชิกเรียกสถานการณ์ในเยเมนว่า เป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรม และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสวงหาข้อตกลงหยุดยิงทันที อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติรับรองญัตติดังกล่าวหรือไม่หลังผ่านวุฒิสภา

Advertisement




หากมติประณามเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ผ่านความเป็นชอบในสภาผู้แทนราษฎร ก็จะส่งต่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณา ซึ่งก็จะบีบให้เขาต้องเลือกเอาว่าจะลงนาม และเห็นด้วยกับรัฐสภา หรือเลือกที่จะใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้ และอยู่เคียงข้างซาอุดีอาระเบียต่อไป