“หญิงหน่อย”ชี้ 17 ปี “บัตรทอง” คนไทยคุณภาพชีวิตดี

2018-12-12 13:25:22

“หญิงหน่อย”ชี้ 17 ปี “บัตรทอง” คนไทยคุณภาพชีวิตดี

“คุณหญิงสุดารัตน์” โพสต์ 17 ปี “บัตรทอง” ทำคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยกย่อง “นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” ผู้คิดค้นโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และความกล้าตัดสินใจของ “ทักษิณ” ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเสียสละทุ่มเททำโครงการสำเร็จ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกต้ังพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” ระบุว่า 12 ธ.ค. วันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล 17 ปีที่คนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นับตั้งแต่ปี 2544 ประเทศไทยเราได้สร้างประวัติศาสตร์ในการทำโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำเร็จ ได้รับการยอมรับและชื่นชมขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งระดับนานาชาติ 17 ปีที่แล้ว ดิฉันยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ดิฉันได้เป็นตัวแทนคนไทยไปบอกเล่าความสำเร็จของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าบนเวทีการประชุมใหญ่ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดขึ้นได้จากความคิดและความทุ่มเทของ “หมอหงวน” นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ คุณหมอผู้เสียสละ ผู้อุทิศตนเองเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข ที่ต้องการเห็นคนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 คุณหมอสงวน ได้นำโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาเสนอต่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นกำลังเริ่มก่อตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เพื่อให้พรรคกำหนดเป็นนโยบาย ซึ่งในเวลานั้นคุณหมอหงวนก็ไปนำเสนอโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับทุกพรรคการเมือง แต่มีเพียง ดร.ทักษิณเท่านั้นที่สนใจอยากผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จในประเทศไทย เมื่อ ดร.ทักษิณได้ศึกษาโครงการจากคุณหมอสงวน ก็เล็งเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจำนวนมาก เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมทั่วถึง และยังจะช่วยลดภาระรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวไทยทั้งทางด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ ดร.ทักษิณ จึงนำโครงการหลักประกันสุขภาพมาเป็นนโยบายหลักของพรรคไทยรักไทย โดยใช้ชื่อเรียกสั้นๆว่า “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค”

เมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ได้ผลักดันโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจนสำเร็จส่งผลให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาส เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันเรียกว่าบัตรทอง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 17 ปีที่ผ่านมา โครงการหลักประกันสุขภาพ หรือ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคไม่เพียงแต่ทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการเจ็บป่วย เสียชีวิตจากการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล เพิ่มพลังพลเมืองที่มีคุณภาพให้ระบบเศรษฐกิจไทย และยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม มีตัวเลขในเชิงประจักษ์จากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำการสำรวจ และพบว่าตั้งแต่ปี 2545 ครัวเรือนที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินจากภาระค่ารักษาพยาบาลลดลงจาก 4.06% เหลือเพียง 2.09 % ในปี2560 และครัวเรือนที่ยากจนลง เพราะการรักษาพยาบาลลดลงจาก 1.33 % เหลือเพียง 0.29% ในปี 2560 โครงการหลักประกันสุขภาพ หรือ “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” จึงเป็นโครงการที่ทั่วโลกให้การยอมรับและถือว่าประเทศไทยเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ

ตลอดระยะเวลา 17 ปี โครงการนี้ได้พิสูจน์และประจักษ์ชัดว่า ช่วยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ตั้งแต่การให้ โอกาสประชาชนคนไทยทุกคน ได้เข้าถึง การรักษาพยาบาล ทำให้มีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ไม่ต้องเดือดร้อนหรือล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาล ดิฉันในฐานะคนทำงาน ที่เวลานั้นรับภารกิจเป็นผู้ผลักดันการดำเนินโครงการนี้ให้สำเร็จ จึงขอคารวะ และยกย่องต่อการทุ่มเทและความเสียสละของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้คิดค้นโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและช่วยทำงานอย่างหนักจนสามารถทำให้โครงการสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากปราศจากความเสียสละ ของ นพ.สงวน โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าคงไม่สามารถสำเร็จได้ในประเทศไทย

ขอขอบคุณ และยกย่องบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทุกท่านที่ได้เสียสละทุ่มเทการทำงานจนทำให้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเริ่มต้นได้ด้วยความสำเร็จ และดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ นำมาซึ่งสุขภาพที่ดีและความมั่นคงของคนไทย และสุดท้ายหากปราศจากความกล้าตัดสินใจและความห่วงใยต่อพี่น้องคนไทยของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ขอคารวะต่อทุกท่านที่ทำให้เกิดโครงการที่นำมาซึ่งความมั่นคงทางสุขภาพ และเศรษฐกิจของพี่น้องคนไทยอย่างยั่งยืน