“ชุดพญาเสือ” แจ้งความ อบต.ก่อสร้างขวางลำน้ำ

2018-12-03 22:05:35

“ชุดพญาเสือ” แจ้งความ อบต.ก่อสร้างขวางลำน้ำ

“ชุดพญาเสือ”แจ้งความ อบต.ก่อสร้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมประปาภูเขาขวางลำน้ำโดยไม่ขออนุญาต ด้าน นายก อบต.ทองมงคล ไม่หนักใจ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ยันมีเจตนาที่ดีแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน


เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายพนัชกร โพธิบัณฑิต รักษาการหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ชุดพญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายวันชัย สิงห์โต สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ป่าไม้ ทหารพรานค่าย ร้อยที่ 1407 บ้านคีรีล้อม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบจุดก่อสร้างภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือป่าไชยราช–ครองกรูด บ้านโป่งโก หมู่ที่ 6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกก่อสร้างโดยไม่ได้ขออนุญาต


จากการตรวจสอบพบว่ามีการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขวางลำน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรี ผ่านน้ำตกไทรคู่ลงมาที่เขื่อนยกระดับน้ำ และอาคารเก็บกักน้ำสะอาดขนาดใหญ่อีก 1 อาคารเพื่อส่งน้ำให้ระบบน้ำประปาหมู่บ้านผ่านท่อส่งน้ำขนาด 5 นิ้ว เป็นโครงการของ อบต.ทองมงคล ชื่อโครงการปรับปรุงซ่อมแซมประปาภูเขา กว้าง 25 เมตร ยาว 25 เมตร สูง 2.5 เมตร งบประมาณ 1,799,000 บาท เริ่มก่อสร้างวันที่ 15 ม.ค.2561 - 14 เม.ย.2561


โดยชุดพญาเสือได้ตรวจยึดพื้นที่ไว้ ก่อนจะเข้าแจ้งความเป็นหลักฐานที่ สภ.บางสะพาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารท้องถิ่นในความผิดฐานเข้าไปแผ้วถางป่าตามมาตรา 38 ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ มีโทษตามมาตรา 54 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 42 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายพนัชกร กล่าวว่า หน่วยงานต่างๆที่จะเข้ามาก่อสร้างอะไรก็ตาม ต้องขออนุญาตกรมอุทยานฯให้ถูกต้องก่อน ตอนนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว


ด้าน นายจำลอง แก้วไทรนันท์ นายก อบต.ทองมงคล กล่าวว่า หลังจากถูกแจ้งดำเนินคดี แต่ยืนยันว่าไม่หนักใจ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงกับทุกฝ่าย เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวใช้งบอุดหนุนเฉพาะกิจ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการโดยผ่านความเห็นชอบจากสภา อบต. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 1,500 ครัวเรือนให้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค แต่การก่อสร้างไม่กระทบกับป่าต้นน้ำ และไม่มีหน่วยงานใดเคยทักท้วง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือทีมพญาเสือ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยนำกำลังไปจับกุมผู้ที่ทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ขณะที่ อบต.ร่วมกับชาวบ้านเฝ้าระวังการทำลายป่าและมีโครงการปลูกป่าทดแทนอย่างต่อเนื่อง


Advertisement




“สำหรับการดำเนินคดีหลังจากมีการก่อสร้างฝาย น่าจะกระทบกับการใช้งบทำโครงสร้างพื้นฐานหลายประเภททั้งตำบลที่ดำเนินการต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ อบต. มีทั้งหมด 1.4 แสนไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าจำนวน 1.2 แสนไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่เต็มพื้นที่ ขณะที่ อบต.มีอำนาจหน้าที่ในการบริการสาธารณะตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ยอมรับว่าการก่อสร้างฝายหรือถนน โดยไม่ขออนุญาตเพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาจมีปัญหาในการใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ขอให้คำนึงถึงเจตนาที่ดีเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน” นายจำลอง กล่าว