แฉ! ขาใหญ่กาฬสินธุ์หลอกอมเงิน เปิดบัญชีผู้ดูแลคนพิการ

2018-10-11 17:20:24

แฉ! ขาใหญ่กาฬสินธุ์หลอกอมเงิน  เปิดบัญชีผู้ดูแลคนพิการ

แฉชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ อมเงินค่าแรงผู้ดูแลคนพิการ ในโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 คนละ 1 แสนบาทต่อปี ด้วยวิธีการให้เปิดบัญชีทำงาน จากนั้นเก็บบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชีก่อนจ่ายให้รายเดือนแค่คนละ 2,000-4,000 บาท ขณะที่เงินหลวงเข้าจริงเกือบหมื่นบาท ถูกอมมาแล้วเกือบ 2 ปี เชื่อมีขบวนการสูบเลือดคนพิการแฝงในระดับชมรม ถึงระดับสูง เรียกร้องเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

วันที่ 11 ต.ค.ผู้สื่อข่าว จ.กาฬสินธุ์ ได้รับการประสานจากเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ว่าได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ปกครองเด็กพิการ กรณีชมรมคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ไม่จ่ายค่าแรงผู้ดูแลคนพิการ ที่เข้าโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 ตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ ระบุพบพิรุธหลายอย่าง ทั้งยึดสมุดเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม ยักยอกไม่จ่ายเต็มตามสัญญา กระทั่งนำไปสู่การร้องเรียนเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ (สำนักงานใหญ่)

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นางฐานิดา อนุอัน อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 24 หมู่ 1 บ้านเสริมชัยศรี ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ผู้ร้องเรียน ทราบว่าเมื่อต้นปี 60 ตนได้รับการชักชวนจากเครือข่ายชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ให้ไปสมัครเข้าร่วมโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 ของชมรมฯ เนื่องจากลูกสาว คือ น.ส.อทิตยา อนุอัน หรือน้องอี๊ฟ อายุ 17 ปี มีความพิการทางสติปัญญา โดยสมองมีการพัฒนาล่าช้าอ่อนกว่าวัย 5 ปี ทั้งนี้ ได้ร่วมกับผู้ปกครองเด็กพิการจากหลายตำบลจำนวน 10 คน จับกลุ่มเข้าไปยื่นเอกสารสมัครกับชมรมคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์

Advertisement




นางฐานิดากล่าวว่า ตอนที่ไปสมัครนั้น ไม่ได้อ่านเอกสารสัญญาละเอียดนัก และก่อนเซ็นสัญญาก็ไม่ทราบความชัดเจนในเรื่องของค่าตอบแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชมรมแนะนำให้ผู้ปกครองที่เข้าร่วมในโครงการจ้างเหมาบริการ ไปเปิดบัญชีและทำบัตรเอทีเอ็ม กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีกาฬสินธุ์ แล้วสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มนำมาเก็บไว้ที่ชมรม หลายเดือนต่อมาจึงได้รับแจ้งให้ไปรับค่าจ้างที่ชมรม โดยได้รับเป็นเงินสดบางครั้ง 2,000 บาท บางครั้ง 4,000 บาท รวมยอดที่ได้รับ 18,000 บาท

“ช่วงที่มีกระแสข่าวโกงเงินคนจนทั่วประเทศ ตนสงสัยว่าจะถูกโกงในลักษณะเดียวกัน จึงไปขอสมุดเงินฝากกับบัตรเอทีเอ็มคืนจากชมรม แต่ได้รับการปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่และประธานชมรม จึงไปติดต่อขอรายการเดินบัญชีเงินฝากกับทางธนาคารฯ จึงได้พบหลักฐานว่ามีเงินเข้าบัญชี 3 ครั้ง ในเดือนมกราคม, เมษายน และ กรกฎาคม เดือนละ 27,375 บาท รวม 82,125 บาท แต่ที่ผ่านมาตนได้รับเป็นเงินสดจากชมรมเพียง 18,000 บาท ขาดไป 64,125 บาท จึงเชื่อว่าถูกโกงค่าแรง”

Advertisement




นางฐานิดากล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อพบพิรุธดังกล่าว จึงร้องเรียนไปที่เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ (สำนักงานใหญ่) จึงทราบรายละเอียดว่าโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 นั้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีสัญญา 1 ปี ซึ่งผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการจะมีหน้าที่ดูแลเด็กพิการทั้งลูกของตนเองและลูกคนอื่นด้วย นอกจากนี้ยังเข้าร่วมกิจกรรมที่ชมรมจัดขึ้น รวมทั้งมีการอบรมอาชีพด้วย โดยจะได้รับค่าแรง 9,125 บาทต่อเดือน จบโครงการรวมค่าแรง 109,500 บาท

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เบื้องต้นได้รับรายงานจากนางพัทธ์วิรา สุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) กาฬสินธุ์ แล้ว จึงได้สั่งการให้นิติกรประจำสำนักงาน พมจ.กาฬสินธุ์ หารืออัยการคุ้มครองสิทธิ์ ว่าจะเอาผิดกับประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา ด้วยข้อหาความผิดฐานใด ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเอกสารและสัญญาจ้างเหมาด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ปกครองและคนพิการตามสิทธิและตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ