ประวัติระฆังสมัยพุทธกาลและอานิสงส์การถวายเป็นยอดมหากุศล

2018-10-04 10:50:49

ประวัติระฆังสมัยพุทธกาลและอานิสงส์การถวายเป็นยอดมหากุศล

Advertisement

เสียงระฆัง คือเสียงแห่งสวรรค์ สัญญาณแห่งบุญ ความดี สิริมงคล ระฆัง เป็นสัญลักษณ์แห่งความดี เกียรติยศชื่อเสียง ประดุจประตูก้าวสู่สรวงสวรรค์ ผู้ที่สร้างระฆังถวายวัดหรือโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไว้เคาะตีส่งสัญญาณให้รู้ถึงวันเวลา เท่ากับเป็นการสร้างความดีชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง และเป็นสิริมงคล ตามประวัติพระพุทธศาสนา ได้มีการสร้างระฆังขึ้นครั้งแรกในสมัยพระพุทธกาล ผู้ที่สร้างระฆังขึ้นเป็นครั้งแรกคือ นางวิสาขา

นางวิสาขา เป็นพระอริยบุคคล ผู้สำเร็จธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ยังเป็นสาว เกิดในตระกูลเศรษฐี เมืองภัททิยะ แคว้นอังคะ เป็นบุตรสาวของธนญชัยเศรษฐี และสุมนาเทวี ปู่ชื่อเมณฑกเศรษฐี ต่อมาได้ย้ายตระกูลเศรษฐีไปอยู่เมืองสาวัตถี กับพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้แต่งงานกับปุณณวัฒนกุมาร บุตรของมิคารเศรษฐี

นาง วิสาขาถึงพร้อมด้วยความงามของสตรี (เบญจกัลยาณี) มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตามประวัติเล่าว่า วันหนึ่ง นางวิสาขา เมื่อมาถึงวัดได้ถอดเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์มอบให้สาวใช้ผู้ติดตาม เพราะเห็นว่าการใส่เครื่องประดับมากมาย เข้าไปในศาลาฟังธรรม เป็นอันที่ไม่สมควร หลังจากเสร็จกิจการฟังธรรมแล้ว ขณะเดินกลับคฤหาสน์ สาวใช้ได้ลืมเครื่องประดับไว้ที่ข้างหน้าศาลาฟังธรรม พระอานนท์จึงได้เข้าไปเก็บรักษาไว้ข้างใน นางวิสาขาได้บอกให้สาวใช้ไปนำเครื่องประดับกลับมา โดยกำชับว่า หากพบว่าเครื่องประดับยังคงวางอยู่ที่เดิม ก็จงนำกลับมา แต่ถ้าพระคุณเจ้าได้เคลื่อนย้ายไปจากที่เดิมแล้ว ก็ถือว่าได้ถวายให้พระสงฆ์ มิต้องขอนำกลับมา สุดท้ายสาวใช้ก็มิได้นำเครื่องประดับดังกล่าวกลับมา นางวิสาขาเห็นว่าหากพระสงฆ์เก็บรักษาเครื่องประดับของสตรีเอาไว้ ก็ไม่เป็นประโยชน์ จึงได้ช่วยประกาศขายเครื่องประดับนั้น โดยมีราคาถึง 9 โกฏิ กับ 1 แสน กหาปณะ แต่ไม่มีใครสามารถซื้อได้ สุดท้ายนางจึงซื้อไว้เอง และนำเงินจำนวนนั้น มาสร้างวัดชื่อพระวิหารบุพผาราม เป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์




ในครั้งนั้นเธอได้สร้างระฆังไว้รอบชายคา รอบปราสาท เวลามีลมพัดกระดิ่งกระทบกับระฆัง เสียงดังกังลวานสดใส ประดุจเสียงบอกบุญ สัญญาณสู่ประตูสรวงสวรรค์

หลังพุทธกาลมาแล้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ 3 ได้มีการสร้างระฆังขึ้น ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตามวัดวาอารามต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทิเบต เกาหลี ที่นับถือพุทธศาสนา จนเป็นที่นิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน



การสร้างระฆังไว้ในพระพุทธศาสนา เท่ากับเป็นการสร้างสมบุญบารมี ความดีงาม เปิดประตูแห่งสวรรค์ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ทำให้เป็นคนมีเกียติยศชื่อเสียงโด่งดัง ประดุจเสียงระฆัง เป็นที่เคารพนับถือและเป็นสิริมงคล



การสร้างระฆังถวายวัดเป็นยอดมหากุศล



การสร้างระฆัง ซึ่งเป็นถาวรวัตถุเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกาศพระศาสนา นั้นเป็นยอดมหากุศลอย่างหนึ่ง ที่จะส่งผลให้บุคคลผู้ร่วมสร้างมีชื่อเสียงโด่งดัง มีคนนับหน้าถือตา นำส่งทั้งในชาตินี้และในชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป ด้วยเป็นผู้ที่มีความสุขในทุกกาลเวลา เป็นผู้ประสบความสำเร็จมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เจริญด้วยทรัพย์ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ให้เป็นที่รักแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย การที่มีระฆังไว้ประจำที่วัดนั้น พระภิกษุสงฆ์จะใช้เป็นอาณัติสัญญาณในการทำวัตร สวดมนต์เล่าเรียนพระธรรมบาลี ตลอดจนได้ใช้ในการประชุมเพื่อถกปัญหากรณีต่าง ๆ รวมถึงการแจ้งเตือนภัยฯ ก็ถือว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ ผู้สร้างระฆังจึงจะได้รับอานิสงส์ อันเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ตามที่ได้ กล่าวไปแล้วข้างต้น



อานิสงส์ถวายระฆัง

เป็นที่สรรเสริญของนรชนและบัณฑิตทั้งหลาย เป็นที่รักของนรชนและบัณฑิตทั้งหลาย ละความตระหนี่ ย่อมไม่หวาดหวั่นครั่นคร้ามเมื่อเข้าสู่สมาคม เป็นกำลังสำคัญในการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา



ขอขอบคุณภาพ วัดชูจิตธรรมาราม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา