ผวา “ผีปอบ-ผีแม่ม่าย" แห่ทาเล็บแดง ใช้เสื้อแดงป้องกัน

2018-10-01 14:00:23

ผวา “ผีปอบ-ผีแม่ม่าย" แห่ทาเล็บแดง ใช้เสื้อแดงป้องกัน

ชาวบ้านภูฮัง ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ผวาหนัก หลังคนในหมู่บ้านเสียชีวิตติดต่อกัน 5 ศพ โดยเฉพาะ 2 ศพแรกเป็นชายฉกรรจ์อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน เกิดอาการวูบสิ้นใจตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ญาติพบลำคอเขียวคล้ำคล้ายถูกมือบีบ เชื่อเป็นฝีมือผีปอบ ผีแม่ม่ายคร่าชีวิต แห่ทาเล็บแดง หาเครื่องรางของขลังพกติดตัว พร้อมนำเสื้อสีแดงเขียนป้ายข้อความบ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย ป้องกันเต็มหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ ต.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งชาวบ้านภูฮัง หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกำลังอยู่ในอาการหวาดผวาผีปอบ และผีแม่ม่ายอย่างหนัก เนื่องจากเชื่อว่าผีปอบ และแม่ม่ายกำลังออกอาละวาด โดยล่าสุดคร่าชีวิตคนในหมู่บ้านทั้งชายและหญิงล้มตายลงติดต่อกันแล้ว 5 ศพ ทำให้ชาวบ้านต้องนำเสื้อสีแดง และเขียนป้ายข้อความ “บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย” มาติดไว้หน้าบ้านแทบทุกหลังคาเรือน ส่วนผู้ชายก็ทาเล็บแดง หาเครื่องรางของขลังพกติดตัว เพื่อป้องกันผีปอบและผีแม่ม่ายมาคร่าชีวิต



นายพงษ์พิพัฒน์ ภูครองทุ่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ชาวบ้านภูฮัง กำลังอยู่ในอาการหวาดผวาเป็นอย่างมาก จากการที่มีคนในหมู่บ้านเสียชีวิตติดต่อกัน 5 ศพ โดยศพแรกเริ่มเมื่อประมาณกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา คือนายทองพันธ์ สุภาษร อายุ 45 ปี ศพที่ 2 นายสมพงษ์ วงชารี อายุ 47 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันและเสียชีวิตห่างกันเพียง 7 วัน ในลักษณะเดียวกันคือเกิดอาการวูบแล้วสิ้นใจ ศพที่ 3 นางน้อม โยธการี อายุ 67 ปี ศพที่ 4 นางภู วงชารี อายุ 74 ปี มีอาการป่วยเล็กน้อยแล้วเสียชีวิต และรายล่าสุดศพที่ 5 เป็นวัยรุ่นหญิงอายุ 16 ปี ชาวบ้าน ต.นาตาล อ.ท่าคันโท ขี่รถจักรยานยนต์มาประสบอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิตที่ถนนหน้าหมู่บ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา



นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดเหตุคนเสียชีวิตติดต่อกันดังกล่าว โดยเฉพาะ 2 ศพแรกที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน เกิดอาการวูบและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ประกอบกับมีชาวบ้านหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็น และเชื่อว่าเป็นการกระทำของผีปอบและผีแม่ม่าย จึงพากันนำเสื้อสีแดง พร้อมเขียนป้ายข้อความ “บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย”มาติดหน้าบ้าน และผู้ชายก็ต่างกันทาเล็บแดง หาพระ วัตถุมงคล เครื่องรางของขลังมาพกติดตัว เพื่อเป็นเคล็ดป้องกันผีปอบและผีแม่ม่ายมาเอาชีวิตตามความเชื่อ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่าเมื่อได้ทำการป้องกันดังกล่าวแล้วรู้สึกสบายใจขึ้น


Advertisement




ด้านนางบุษดี มลาศรี อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 45 บ้านภูฮัง หมู่ที่ 3 กล่าวว่า ตนเป็นร่างทรงเจ้าพ่อกวนอู ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เสียชีวิตติดต่อกันนั้น เพื่อนบ้านหลายคนเล่าให้ฟังว่า ฝันเห็นคนกลุ่มใหญ่ ใส่ชุดดำ เดินมาสร้างที่พักหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านภูฮัง จากนั้นก็มีเสียงสุนัขเห่าหอนไปทั่วหมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ก่อนที่วันต่อมาจะเกิดการเสียชีวิตติดต่อกัน โดยล้วนแต่เป็นการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน



นางบุษดี กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดเหตุคนในหมู่บ้านเสียชีวิตติดต่อกันดังกล่าว ซึ่งมีทั้งผู้ชายผู้หญิง ชาวบ้านต่างปักใจเชื่อว่าเป็นการกระทำของผีแม่ม่ายและผีปอบ ที่กำลังออกอาละวาดคร่าชีวิตชาวบ้าน โดยผีแม่ม่ายจะมาเอาชีวิตผู้ชาย ขณะที่ผีปอบจะมาเข้าสิงร่างกินเครื่องในคนแก่และร่างกายอ่อนแอ จึงทำให้เสียชีวิตก่อนเวลาอันควร จึงได้หาวิธีการป้องกันโดยเอาเสื้อแดง และเขียนป้ายข้อความบ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย มาติดไว้หน้าบ้าน ตามความเชื่อที่ทำกันมาแต่โบราณ ในทุกๆครั้งที่เกิดกระแสผีปอบหรือผีแม่ม่ายออกอาละวาด

ขณะที่นายกิติ ซาวศรี อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 152 หมู่ 3 บ้านภูฮัง กล่าวว่า ตนกับลูกเมียและหลานๆ ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์สูญเสียที่เกิดขึ้น เนื่องจากลูกเขย 2 คนคือนายทองพันธ์ สุภาษร อายุ 45 ปี และนายสมพงษ์ วงชารี อายุ 47 ปี ที่เกิดอาการวูบเสียชีวิตไปอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ โดยนายทองพันธ์เกิดอาการวูบ ขณะกำลังจะขึ้นรถไปทำงาน ต่อมาอีก 7 วัน นายสมพงษ์ ลูกเขยอีกคนวูบเสียชีวิต ขณะกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัว และที่น่าตกใจที่สุดคือตรงบริเวณลำคอมีรอยเขียวคล้ำ เหมือนถูกมือบีบคออย่างแรงจนเสียชีวิต


Advertisement




“ตอนนี้ทุกคนในครอบครัว ยังรู้สึกโศกเศร้ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ขณะที่บรรยากาศภายในหมู่บ้านก็เงียบเหงาวังเวง ทุกคนในหมู่บ้านตกอยู่ในอาการหวาดผวา พากันไปหาอาบน้ำมนต์กับพระคุณเจ้า และผูกด้ายสายสิญจน์ หาเสื้อแดง เขียนป้ายบ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย ติดไว้หน้าบ้าน นอกจากนี้ยังทาเล็บแดง ห้อยพระ เครื่องรางของขลัง เพื่อป้องกันผีแม่ม่ายและผีปอบ ซึ่งไม่รู้ว่าจะตกอยู่ในสภาพนี้อีกนานแค่ไหน ชาวบ้านจึงได้แต่ตื่นกลัว ปิดบ้านเข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่ใกล้ออกจากบ้านในเวลากลางคืน และหาทางป้องกันดังกล่าว ” นายกิติกล่าว