"สุริยะใส" ชี้เลือกตั้งใหม่ “เอาทักษิณ-ปฏิรูปปท.” จ่อเผชิญหน้า

2018-08-13 16:55:13

"สุริยะใส" ชี้เลือกตั้งใหม่ “เอาทักษิณ-ปฏิรูปปท.” จ่อเผชิญหน้า

"สุริยะใส กตะศิลา" ชี้เลือกตั้งรอบนี้ เผชิญหน้า 2 วาระ เอาทักษิณ หรือปฏิรูปประเทศ ห่วงหลังเลือกตั้งยังอยู่ในหลุมดำความแตกแยก




Advertisement



เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิตและผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงบรรยากาศของการ เตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองโดยทั่วไปในขณะนี้ นอกเหนือจากการชิงไหวชิงพริบของพรรคเก่าและพรรคใหม่ การดูด ส.ส.การจัดขั้วจัดข้างแล้วยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือการช่วงชิงการเป็นกำหนดวาระในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นจุดชี้ขาดของผลการเลือกตั้ง ซึ่งในขณะนี้วาระของการเลือกตั้งเริ่มเห็นการตีคู่ขนานกันของสองกระแสสองวาระ โดยกระแสที่หนึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องมาคือการปฏิรูปประเทศซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าวาระการปฏิรูปประเทศน่าจะเป็นกระแสใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ทำให้พรรคการเมืองหน้าใหม่รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหลายพรรคเริ่มส่งสัญญาณ ชูและพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศขึ้นมาบ้างโดยเฉพาะพรรคที่ก่อตัวขึ้นใหม่

แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งนั้น ก็มีความพยายามที่จะชูวาระเอาทักษิณหรือเอาทหารขึ้นมาตีคู่ขนาน ซึ่งกระแสนี้ก็มีหลายพรรคที่พยายามจะผลักดันให้เป็นวาระชี้ขาดในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

Advertisement





นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ซึ่งถ้าเราทบทวนและกลับไปดูการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2550 และในปี พ.ศ. 2554 หรือแม้กระทั่ง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็จะพบว่าอยู่ในวาระเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ พูดง่ายๆ ประเด็นทักษิณกลายเป็นประเด็นชี้ขาดในการเลือกตั้ง แต่พอมาหลังรัฐประหาร วันที่22 พ.ค. 2557 โดย คสช.หลายฝ่ายคิดว่าวาระนี้น่าจะหายไปจากการเลือกตั้ง ซึ่งหลังรัฐประหารใหม่ๆ ก็ดูเหมือนมีความเป็นไปได้ แต่ในขณะนี้กลับพบว่าวาระทักษิณเริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตาอีกครั้งหนึ่งหลังคุณทักษิณประกาศทำสงครามประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีสภาพที่อาจไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งทั่วไป 2-3 ครั้งที่ผ่านมานั่นคือทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเดิมพันระหว่างเอาหรือไม่เอาทักษิณอีกครั้ง


ภาพ AFP

Advertisement



นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ยังเป็นวาระนี้อยู่ ก็อาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์การเมืองที่ล้มเหลวและไม่สามารถก้าวออกไปจาก หลุมดำของความขัดแย้งแตกแยก จึงเป็นหน้าที่และโจทย์ของบรรดาพรรคการเมืองรวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้การเลือกตั้งฝ่าข้ามกระแสทักษิณไปสู่กระแสการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งก็อาจจะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการกอบกู้วิกฤตการณ์บ้านเมืองอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เลย