หมายจับพี่ดารา “บูม” แฉเซียนหุ้นดังร่วมฉ้อโกง (คลิป)

2018-08-09 13:15:17

หมายจับพี่ดารา “บูม” แฉเซียนหุ้นดังร่วมฉ้อโกง (คลิป)

ตำรวจกองปราบออกหมายจับพี่ชายและพี่สาวดารานักแสดง “บูม” คดีหลวงลวง ฉ้อโกงชาวฟินแลนด์กว่า 700 ล้านบาท มาลงทุนบิทคอยน์ แต่กลับนำเงินไปฟอกซื้อขายที่ดิน โอนให้พ่อแม่พี่น้อง ยันดาราหนุ่มรู้เห็นแต่ต้น เพราะร่วมพูดคุยด้วย แฉมีเซียนหุ้นระดับประเทศร่วมฉ้อโกงด้วย ตอนนี้ยึดที่ดินคืนมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท






Advertisement



เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมตัว นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม อายุ 27 ปี ดารานักแสดง กรณีร่วมกับพวกหลอกลวงและฉ้อโกง ชาวต่างชาติ ด้วยการชักชวนชายชาวต่างชาติ ให้ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขาย สกุลเงินดิจิทัล มูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท ว่า กรณีนี้ผู้เสียหายแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มหนึ่งร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ 700 กว่าล้านบาท มีการออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหา ที่ถูกแจ้งความ ทั้งนี้เมื่อผู้ต้องหาได้เงินมาจะถ่ายเทเงินไปยังพ่อแม่พี่น้อง ยังมีผู้ถูกกล่าวหาอีก คนหนึ่งเป็นผู้กว้างขวางในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเซียนหุ้นระดับประเทศ เอ่ยชื่อไปทุกคนต้องรู้จักถ้าเล่นหุ้น



พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า พี่ชายนายบูมออกไปต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เพราะยังไม่มีหมายจับ ก็สามารถเข้าออกได้ ตอนนี้ได้ประสานข้อมูลไปยัง ตม.แล้ว น่าเห็นใจครอบครัวเขานะ เพราะอย่างบูมพ่อแม่เขามีฐานะในสังคม ประกอบธุรกิจทำร้านอาหารใหญ่โตที่ จ.ชลบุรี ถือว่ามีฐานะทางเศรษฐกิจ แต่การกระทำของพี่ชายบูมไปโกงเขามาโอนให้พ่อแม่พี่น้องกลายเป็นว่าพ่อแม่พี่น้องจะมาเดือดร้อนเพราะเขาด้วย จากการสอบสวนกระบวนการพูดคุยกับผู้เสียหาย กระบวนการหลอกลวง บูมก็อยู่ในที่นั้น พูดคุยด้วย จะอ้างว่าไม่รู้ คงไม่ใช่ หลักฐานที่เราสอบสวนค่อนข้างชัดเจน



Advertisement



ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า กลุ่มผู้กระทำผิด ได้หลอกลวงชาวฟินแลนด์ให้มาร่วมกันลงทุนกิจการเหรียญดิจิทัล หรือ บิทคอยน์ ซึ่งต่างชาติมีเหรียญบิทคอยท์เยอะ พอกลุ่มผู้กระทำผิดรู้ว่าชาวฟินแลนด์มีเหรียญบิทคอยน์เยอะก็หลอกให้เอามาขายในประเทศไทย แล้วเอาเงินไปลงทุนเหรียญเงินดิจิทัลอีกสกุลหนึ่ง โดยจะเอาบริษัทที่ทำเหรียญสกุลดิจิทัลไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เหรียญดิจิทัลที่ใช้จะนำไปใช้ที่บ่อนพนันที่มาเก๊า ชาวต่างชาติหลงเชื่อก็เอาเหรียญบิทคอยน์มาแลกประมาณ 774 ล้านบาท ให้เงินกับกลุ่มผู้ต้องหาแต่กลับไม่ได้นำเงินไปลงทุน เอาเงินมาหมุนเวียนในกลุ่มพี่น้อง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องของนายบูม หมุนเวียนประมาณ 400 กว่าล้านบาท ส่วนหนึ่งนำไปรับขายฝากที่ดิน ตอนนี้ติดตามยึดที่ดินมูลค่าประมาณ 200 กว่าล้านบาทได้แล้ว



“บูมรับโอนเงินจากพี่ชายที่กระทำผิดหมุนไปหมุนมาในกลุ่มตัวเองประมาณ 100 กว่าล้านบาท ส่วนหนึ่ง 49 ล้านบาทนำไปรับขายฝากที่ดิน ในวันนี้เราได้ออกหมายจับกลุ่มพี่น้องของเขาในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน เบื้องต้นออกหมายจับ 3 คน ประกอบด้วย นายปริญญา จารวิจิต พี่ชาย น.ส.สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาว และนายบูม ส่วนข้อหาฉ้อโกงจะติดตามมาอีก โดยบูมมีส่วนรู้เห็นตั้งแต่แรก” พ.ต.อ.ชาคริต กล่าว

พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวด้วยว่า จากการซักถามบูม ให้การว่า ไม่ทราบเรื่อง โดยเปิดบัญชีไว้ แล้วพี่ชายเอาไปใช้ ก็ต้องไปไล่ข้อเท็จจริงต่อไป สำหรับพยานหลักฐานพี่ชายผู้กระทำผิดเอาเงินหมุนเวียนในครอบครัวของตัวเอง ถ้าหลักฐานไปถึงใครคงสอบสวนดำเนินคดีต่อไป



เมื่อถามว่าจะเรียกพ่อหรือแม่นายบูมมาให้ปากคำหรือไม่ พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า ถ้ามีเส้นทางการเงินไปแตะก็ต้องเรียกมาชี้แจง สำหรับพี่ชายของบูมก็ไป ๆมา ๆ ระหว่างต่างประเทศ ช่วงที่ออกหมายจับเขาอยู่ต่างประเทศพอดี เมื่อถามว่าบัญชีที่รับโอนเงินมีกี่บัญชี พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า 49 บัญชี กำลังไล่อยู่ โดยมีการโอนเงินไปต่างประเทศประมาณ 30 ล้านบาท

Advertisement




พล.ต.ต ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงการจับกุมนาย จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงว่า นายบูมถือเป็น1ใน3พี่น้องในครอบครัวนี้ที่ถูกออกหมายจับ เนื่องจากจากการสอบสวนพบว่านายบูมเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายชาวต่างชาติ แทนพี่ชายซึ่งเป็นตัวการหลักในขบวนการนี้



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้นายปริญญา พี่ชายนายบูมอยู่ต่างประเทศ ขณะที่ น.ส.สุพิชย์ฌา พี่สาว ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว ทั้งนี้ จากข้อมูล ทราบว่าขบวนการดังกล่าว มีตัวการเป็นเจ้าพ่อตลาดหลักทรัพย์ชื่อดัง ส่วนการยื่นประกันตัวนายบูม ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอประกันตัวแต่อย่างใด ซึ่งในวันที่ 10 ส.ค. ตำรวจจะนำตัวนายบูมไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังนักลงทุนต่างชาติชาวฟินแลนด์ รู้ตัวว่าถูกฉ้อโกง โดยได้รับการติดต่อจากอดีตนายตำรวจนอกราชการชื่อดัง ติดต่อขอเข้าเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ขอส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็น ผู้เสียหายกลัวจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย จึงเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามแทน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.สอบเข้มดารา “บูม”ฉ้อโกง-ฟอกเงิน

รวบดาราหนุ่ม "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ฐานร่วมฟอกเงิน