ครอบครัวแห่โลงศพ “น้องหญิง” เชื่อถูกฆาตกรรม

2018-07-30 11:05:49

ครอบครัวแห่โลงศพ “น้องหญิง” เชื่อถูกฆาตกรรม

ครอบครัว “น้องหญิง” แห่โลงศพ ร้องขอความเป็นธรรม เชื่อบุตรสาวถูกฆาตกรรมแน่ พร้อมแจ้งความ 3 ผู้ต้องสงสัย ทำให้ลูกสาวเสียชีวิต



เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตน์พงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อ อาชญากรรม พร้อมครอบครัวผู้เสียหาย ได้แห่โรงศพเปล่า พร้อมรูปถ่ายของน้องหญิง หรือ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี ที่กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์เสียชีวิต หลังไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ เดินทางมาที่กองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเชื่อว่าการเสียชีวิตอย่างปริศนา เป็นการฆาตกรรมอำพราง และอยากให้กองปราบฯ คลี่คลายคดีเอง เนื่องจากคดีมีความล่าช้า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ เกรงว่าคดีจะพลิก






โดยนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐาน ทั้งคลิปเสียงของผู้ตาย จีพีเอส และผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึง รพ.เอกชนอีก 1 แห่ง ที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า น้องหญิงเสียชีวิตจากถูกของแข็ง ไม่มีคม ทุบบริเวณศีรษะด้านขวา ที่ยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตลงจากรถเทลเลอร์ และจากพยานหลักฐาน เชื่อว่า ทั้ง 3 คน คือ น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือ เป็ด และนายท็อป แฟนหนุ่มของเป็ด รวมถึง นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม จึงมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบให้ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และสนับสนุนให้มีการฆ่า



นอกจากนี้ยังเชื่อว่าผู้ตายยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งขณะนี้รอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยผลจากออกวันที่ 31 ก.ค.



ส่วนเรื่องที่ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่รับคดีนี้ตั้งแต่แรก โดยวันที่ 31 ก.ค. ตนและพ่อของน้องหญิง จะเดินทางไปร้องเรียนกับ พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางวินัย กับ ผกก.สภ.บางปะอิน และตำรวจที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีตาม ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมา มีการปล่อยปละละเลยให้ครอบครัวหาหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว และรูปคดีเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาแน่นอน





ด้าน นายสุบิน ยาวิราช บิดาของน้องหญิง เปิดเผยว่า ไม่เชื่อว่าน้องหญิงจะกระโดดลงมาจากรถ จึงร้องขอความเป็นธรรม ให้ตำรวจกองปราบ หาคนผิดมาลงโทษ และหลังจากนี้จะยอมเผาร่างของน้องหญิง โดยหลังจากเกิดเหตุวันที่ 19 ก.ค. 61 ตนได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางปะอิน แต่ทางตำรวจคดีดังกล่าวเป็นคดีอุบัติเหตุ ซึ่งตนไม่เชื่อ จึงหาหลักฐานด้วยตนเอง และกลับมามอบหลักฐานให้ตำรวจอีกครั้งในวันที่ 21 ก.ค. เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่คดีอุบัติเหตุ แต่ตำรวจบอกเพียงอย่างเดียวว่า ต้องรอรวบรวมหลักฐาน



หลังจากที่ผู้กำกับการสภ. บางปะอิน ทราบว่า ช่วงบ่ายวันที่ 30 ก.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางไปติดตามคดีที่ สภ.บางปะอิน ทางผู้กำกับการสภ. บางปะอิน จึงพยายามพยายามติดต่อตน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดี ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตำรวจไม่เคยเรียกสอบปากคำตนเองเลย