ก่อนกลายเป็นมือที่ 3 "คบซ้อน ซ่อนชู้" ดูยังไง?

2018-06-24 10:20:11

ก่อนกลายเป็นมือที่ 3 "คบซ้อน ซ่อนชู้" ดูยังไง?

จะว่าไปบางทีความรักก็ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นะ และที่ลึกลับซับซ้อนกว่านั้น คือมันไม่มีสูตรลับตายตัว หรือเราไม่สามารถคาดเดาอะไรจากความรักได้เลย โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ที่คนเราไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ และวันนี้ทีมข่าวสกู๊ปพิเศษ นิว18 จะขอพูดถึงข้อสังเกตให้ผู้อ่านได้รู้กัน เมื่ออีกฝ่ายที่คุณคบอยู่นั้น กำลังซ่อนใครไว้อีกคน จงรู้ตัวก่อนที่คุณจะเผลอตัวเผลอใจ ไปเป็นมือที่สามโดยไม่ได้ตั้งใจ ... 



จากกรณี วีเจ  "จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี"  ตกที่นั่งลำบากกลายเป็นมือที่ 3 อย่างปฏิเสธไม่ได้ จนเป็นประเด็นร้อนให้คนทั้งเมืองคุยเฟื่องเรื่องของเธอกันอย่างเมามัน ล่าสุด "ตุ๊-ธนานันต์ เอื้ออารักษ์" นักธุรกิจหนุ่มได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อหน้าสื่ิอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยอมรับว่าตนเป็นฝ่ายเข้าหาสาวจ๋าเอง ขอร้องอย่าโยนความผิดทั้งหมดไปที่จ๋า เพราะตนกำลังทำเรื่องหย่าในเร็วๆ นี้ ...

Advertisement





 
คุณผู้อ่านเคยสงสัยกันไหม ว่า คนที่มาจีบเราหรือว่าคนที่เราไปจีบนั้น เค้ามีเจ้าของอยู่แล้วรึเปล่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพแค่แฟนหรือถึงขั้นแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว คงไม่มีใครที่อยากจะถูกหลอกหรือคงไม่มีใครอยากโดนสวมเขา แต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเค้าโสดจริงหรือไม่จริง วันนี้เรามีวิธีตรวจสอบแบบง่ายๆ มานำเสนอ ให้ลองนำไปใช้กันดู...

Advertisement






1. ถามตรงๆ หลายคนคงจะมีคำถามในใจว่า “อ้าว...แค่นี้น่ะเหรอ” ไม่หรอก ... มันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น การถามอีกฝ่ายตรงๆ เพื่อจะได้ดูท่าทีและคำตอบของฝ่ายที่ถูกถาม โดยเราสามารถจะวิเคราะห์ได้จากลักษณะของการตอบว่าตอบแบบรวดเร็ว ตอบแบบตะกุกตะกัก หรือตอบแบบทีเล่นทีจริง (แบบหยอดคำหวาน) ถ้าเป็นสองประเภทหลังก็ควรจะระมัด ระวังตัวไว้ เพราะคนเจ้าชู้มักจะใช้คำตอบแบบไม่จริงจัง ทำให้คนถามไม่ได้รับคำตอบที่แท้จริง



Advertisement



2. โทรศัพท์และพฤติกรรมการรับสาย การแลกเบอร์และการขอเบอร์ก็เป็นการเริ่มต้นการติดต่อของทั้งสองฝ่าย คุณอาจจะสังเกตได้จากรูปหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่ายว่าเป็นรูปคู่รึเปล่า ส่วนการรับสายนั้นก็ดูได้จากการรับแล้วคุยต่อหน้าหรือว่าขอตัวออกไป ในกรณีที่แยกตัวไปรับสายที่อื่นก็ต้องสังเกตว่าตอนเค้าเดินกลับมานั้น เค้าอธิบายให้เราฟังหรือว่าแค่นิ่งๆ ไม่บอกอะไร ส่วนคำตอบที่ได้จะเป็นเหตุผลจริงๆ หรือว่าอาจจะแค่ข้ออ้าง ซึ่งก็อยู่ที่ตัวเราที่จะต้องใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์คำตอบ ถ้ามีการขอตัวบ่อยๆ เราก็ควรจะระมัดระวังตัวไว้ครับว่าพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ นอกจากนี้ คือการที่เราโทร.ไปหาอีกฝ่ายแล้วสามารถรับสายได้ในทันทีหรือว่าต้องรอให้โทร.กลับมา สามารถโทร.หาได้เฉพาะบางช่วงเวลา ถ้าเป็นสมัยนี้อาจจะเป็นการแชตไลน์หากันก่อนว่าโทร.หาได้ไหม? ในช่วงระยะเริ่มต้นของความสัมพันธ์อาจจะยังอยู่ในช่วงเกรงใจว่าอีกฝ่ายจะสะดวกรับสายหรือไม่ แต่ถ้าคบกันไปได้สักพักยังต้องคอยถามกันตลอดก็น่าสงสัยแล้ว เรื่องของช่วงเวลาในการโทร.หาก็เป็นอีกเรื่อง ถ้าคนที่คุณสนใจติดต่อคุณได้ในเวลาที่ค่อนข้างผิดปกติจากเวลาของคนทั่วไป ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเค้ามีใครอีกคนอยู่ เลยต้องรอเวลาที่เค้าแยกจากคนของเค้าก่อนถึงจะสามารถโทร.หาคุณได้



3.แหวนแต่งงาน ถ้าแค่สังเกตแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายก็คงออกจะธรรมดาเกินไป แต่สิ่งที่จะแนะนำคือสังเกตรอยของแหวนต่างหากล่ะ เพราะแหวนเป็นเครื่องประดับที่สามารถถอดออกได้ ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายเกิดสนใจคุณแล้วล่ะก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะแอบไปถอดแหวนแต่งงานออก แต่คุณสามารถดูได้ว่าที่นิ้วของเค้ายังมีร่องรอยของการใส่แหวนอยู่หรือเปล่า ? 


Advertisement




4. สืบจากเพื่อนหรือครอบครัวของอีกฝ่าย การแสดงความจริงใจในการคบหากันสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้โดยการพาไปแนะนำให้เพื่อนฝูงหรือครอบครัวของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการเปิดตัวหรือทำความรู้จัก ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ถือว่าเป็นแหล่งสำคัญที่คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเค้าได้ โดยสังเกตจากอากัปกิริยาของเพื่อนๆ เค้าหรือว่าครอบครัวของเค้าได้ ถ้ามีโอกาสคุณอาจจะแอบถามคำถามเรื่องทั่วๆ ไปและโยงกลับมาที่เป้าหมายได้ ถ้าเค้ามีความลับอะไรซ่อนอยู่ปิดยังไงก็คงจะไม่มิด ถ้าคบกันไปสักพักใหญ่ๆ เพื่อนฝูงก็ไม่เคยพาไปเจอ ที่บ้านก็ไม่เคยแนะนำให้รู้จักอันนี้ก็เข้าข่ายน่าสงสัยเช่นกัน



5. เวลาที่ให้และสถานที่ต้องห้าม คุณเคยสังเกตหรือเปล่าว่าเวลาที่อีกฝ่ายมาเจอคุณหรือเวลาที่ไม่สามารถมาเจอคุณได้เป็นเวลาเดียวกันเสมอ อาจเป็นเพราะว่าเค้าสามารถแบ่งเวลาเฉพาะเจาะจงที่บอกคนของเค้าได้ว่าเค้าไปทำอะไรที่ไหน จึงสามารถที่จะมาพบคุณได้แค่ในเวลาที่จัดเตรียมไว้ ข้ออ้างของวันครอบครัวเป็นหนึ่งอย่างที่อีกฝ่ายสามารถยกมาใช้ได้ เพื่อที่เค้าหรือเธอสามารถใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนของเค้าโดยจะไม่มีการรบกวนจากคนภายนอก แต่ตัวเราจะโดนหลอกด้วยคำว่าวันครอบครัวเพื่อไม่ให้โทร.ไปหรือไม่ให้ติดต่อในวันครอบครัว สถานที่ต้องห้ามที่มักอ้างว่าไม่สะดวกจะให้ไปเจอ อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนของเค้าหรือคนรู้จักของเค้าอยู่ที่นั่น เช่น อ้างว่ามีกิจการส่วนตัวแต่ไม่ยอมพาไปสักที อาจเป็นกิจการร่วมของสามีหรือภรรยาของอีกฝ่ายก็เป็นได้ ห้างบางห้างหรือร้านอาหารบางร้านที่ยังไงก็ไม่ยอมที่จะไปก็มีความเป็นไปได้ว่าเจ้าตัวอาจจะไปเจอใครซึ่งสามารถนำข่าวสารไปรายงานคนของเค้าได้ ถ้าเกิดมีการสร้างสถานที่ต้องห้ามไว้ คุณอาจจะให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจด้วยการพาไปที่แห่งนั้นได้ หรือไม่คุณอาจจะแอบไปเองหรือส่งแนวร่วมปฏิบัติการจับผิดของคุณไปสืบหาข้อมูลได้


Advertisement




6. พยายามเหลือเกินที่จะล่วงเกินเรา เผด็จศึกให้เร็วที่สุด ตรงตามหัวข้อนั่นแหละ พวกประเภทเอะอะก็ล่วงเกิน แต๊ะอั๋งหาเศษหาเลยตลอดเวลา ที่สำคัญพยายามจะล่วงละเมิดให้ได้ ถ้าคุณผู้หญิงไปเจอผู้ชายประเภทนี้เข้าล่ะก็ คาดว่าจะเป็นพวกจอมยุทธ์ “หวังฟันเจ้า” อย่างเดียวแล้วล่ะ



7. ดูจากข้าวของเครื่องใช้ ของกระจุกกระจิกประเภทของของคนมีแฟนแล้วเค้ามีกัน เช่น ของที่มีเป็นคู่ หรือว่ารูปถ่ายในกระเป๋าสตางค์ ถ้าอีกฝ่ายที่มีรถก็สามารถสังเกตของใช้ในรถ เช่น อุปกรณ์แต่งรถ จำนวนแว่นกันแดด รองเท้าในรถ ซึ่งของใช้เหล่านี้สามารถบอกได้ถึงคนที่เค้ากำลังพยายามปิดบังเราอยู่



8. ไม่มีทางรู้ได้จนกว่าจะเสียรู้ไปแล้ว (ความลับไม่มีในโลกถึงแม้จะรู้เป็นคนสุดท้าย) ถ้าเกิดมีการพลาดพลั้งตกลงปลงใจที่จะคบกันไปแล้ว แต่อยู่ดีๆ เกิดมีตัวจริงของเค้าหรือเธอโผล่ขึ้นมาแล้วล่ะก็ คงต้องยกตำแหน่งนักสับรางยอดเยี่ยมให้ไป สรุปได้เพียงว่าเสียความรู้สึก เสียรู้ และเสียตัว อีกต่างหาก



บทความที่ว่านี้สามารถใช้ได้กับทุกเพศสภาพ ไม่ว่าชายหญิง ชายชาย หรือแม้แต่ หญิงหญิง ก็ตาม เพียงแค่ปรับเปลี่ยนจุดสังเกตบางอย่างตามการดำเนินชีวิต ประยุกต์ใช้ได้กับทุกคนอย่างแน่นอน... ลองคิดดูหากเราไม่คิดสังเกต ปิดหูปิดตา แล้วปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปจนกลางทางแล้ว ความบังเอิญในความบังเอิญอาจมีตัวละครอีกตัวโผล่มาจากข้างทางและเบรกความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่จนหัวทิ่มเลยก็เป็นได้ เพราะไม่มีใครอยากไปทำให้ครอบครัวคนอื่นเค้าแตกแยก หรือเป็นสาเหตุของปัญหาของการเลิกราหรือหย่าร้างของใคร



ขอขอบคุณข้อมูล www.PremiumMate.com