สบส.เผยกว่า 2 ปี 158 คู่ขออนุญาตอุ้มบุญ

2018-03-12 10:55:51

สบส.เผยกว่า 2 ปี 158 คู่ขออนุญาตอุ้มบุญ

กรม สบส.เผยผลบังคับใช้กฎหมายอุ้มบุญกว่า 2 ปี มีคู่สมรสได้รับอนุญาตให้ทำอุ้มบุญแล้ว 158 คู่ ทั้งยังมีผู้สนใจโทรปรึกษามาเป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หรือกฎหมายอุ้มบุญ ว่าจากผลการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.2558 จนถึงปัจจุบันพบว่ามีผู้ให้ความสนใจสอบถามไป ยังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เพื่อปรึกษาข้อกฎหมาย การดำเนินการด้านเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวมทั้งการขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเดือนละกว่า 100 ครั้ง และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.) ได้พิจารณาเรื่องขออนุญาตให้ตั้งครรภ์แทนเสร็จสิ้นแล้ว 169 คู่ อนุญาต 158 คู่ และไม่อนุญาต 11 คู่ เนื่องจากคุณสมบัติของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้บริจาคไข่ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนมีอายุเกิน 40 ปีบริบูรณ์ หรือมีการผ่าคลอดเกิน 1 ครั้ง

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ขออนุญาตให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นคู่สมรสชาวไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นชาวไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติจะต้องจดทะเบียนสมรสมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ห้ามคู่สมรสซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ หญิงโสด ชายโสด หรือคู่สมรสเพศเดียวกัน และหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีสัญชาติไทยและเคยมีบุตรมาแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบอุ้มบุญจะมีความผิดตามกฎหมาย อาทิ แพทย์ผู้ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ผู้ใดรับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท, ผู้ใดกระทำการซื้อ ขายอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกระทำการเป็นนายหน้าชี้ช่องทางให้มีการตั้งครรภ์แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง