ผงะตู้น้ำดื่มเถื่อนเพียบ ดีเดย์30 เม.ย.จัดการทั่ว กทม.

2018-03-08 16:40:03

ผงะตู้น้ำดื่มเถื่อนเพียบ ดีเดย์30 เม.ย.จัดการทั่ว กทม.

Advertisement

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ “น้ำดื่มปลอดภัยสำหรับประชาชน” เผยผลการศึกษาวิจัยตู้น้ำดื่มมีผู้ประกอบกิจการมาขออนุญาต 1,117 ราย แต่ได้ใบอนุญาตเพียง 92 รายเท่านั้น ผงะสำรวจ 32 เขต กทม. ไม่มีใบอนุญาต ไม่ติดฉลากคำเตือนและคำแนะนำ ดีเดย์ 30 เม.ย. นี้ประสาน 50 เขต กทม.จัดการตู้น้ำดื่มเถื่อน



เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่โรงแรมเซนจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) จัดประชุมแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ “น้ำดื่มปลอดภัยสำหรับประชาชน” ติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2559 เรื่องน้ำดื่มที่ปลอดภัย โดยวันนี้ได้มีการเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งองค์กรผู้บริโภค ร่วมติดตามมติสมัชชา รับฟังข้อเสนอแนะและขับเคลื่อนมติให้เกิดการปฏิบัติได้จริง และเสนอต่อคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานผลการศึกษาวิจัยตู้น้ำดื่มซึ่งทำร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคกทม. พบว่า มีผู้ประกอบกิจการมาขออนุญาตประกอบกิจการถึง 1,117 ราย แต่มีผู้ได้ใบอนุญาตเพียง 92 ราย และพบปัญหาที่พบ ในการสำรวจตู้น้ำดื่มในพื้นที่ 32 เขตของ กทม. ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ไม่มีการติดฉลากคำเตือนและคำแนะนำ และการติดตั้งตู้น้ำดื่มไม่เป็นไปตามคำแนะนำ เช่น ตั้งริมฟุตบาท ตู้มีสภาพเก่า มีสนิม






ทั้งนี้พบปัญหาว่า สาเหตุที่ประกอบการไม่มาขอใบอนุญาต เพราะมีค่าธรรมเนียมสูงถึง 2,000 บาทต่อตู้ และทางสำนักงานเขตไม่สามารถยึด อายัดตู้เพราะกลัวกระทบกับผู้บริโภคในพื้นที่อาจไม่มีน้ำบริโภค แต่ไม่ได้คำนึงเรื่องสุขลักษณะของน้ำดื่ม จึงเสนอให้มีมาตรการจัดการตู้น้ำดื่มเถื่อน โดยร่วมกันกำหนดนิยาม และเสนอให้เครือข่ายผู้บริโภคขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานเขตปฏิบัติการเพื่อจัดการตู้น้ำดื่มเถื่อน และในวันที่ 30 เม.ย.จะรวมพลังผู้บริโภคติดป้ายตู้น้ำดื่มร่วมกันทั่ว กทม.



ด้านผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ชี้แจงว่าที่ผ่านมามีเพียงการขอความร่วมมือกับผู้ประกอบกิจการตู้น้ำดื่ม แต่ยังไม่มีการเปรียบเทียบปรับ เพราะจากการสำรวจพบว่า หลังจากที่ผู้ประกอบการนำมาติดตั้ง เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งจะขายโอนให้กับเจ้าของพื้นที่ติดตั้ง ทำให้การตรวจสอบลำบากมากขึ้น และในเรื่องฉลากไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องขออนุญาต โดยผู้ผลิตและนำเข้าสามารถจัดทำได้เอง แต่ต้องมีข้อความตามที่กฎหมายกำหนด และ สมอ. แจ้งว่าอยู่ระหว่างจัดทำมาตรฐานตู้น้ำดื่มทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ก.ย.นี้



ทั้งนี้ในเวทีดังกล่าว ได้มติข้อเสนอร่วมกันดังนี้ 1. มีมาตรการติดป้ายตู้น้ำดื่มเถื่อน โดยให้สำนักงานเขตปฏิบัติการร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคในการขับเคลื่อนเพื่อจัดการตู้น้ำดื่มเถื่อน 2. ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นผู้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานความคืบหน้า