2 กระทรวงจับมือพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ

2018-03-02 20:50:47

2 กระทรวงจับมือพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ

2 กระทรวงพร้อมเสนอ ครม.สัญจรเดินหน้าแผนแม่บทพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ


เมื่อวันที่ 2 มี.ค. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาการ และ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงข่าวร่วมกันที่ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังการประชุมร่วมกับ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รอง.ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์และนายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมจัดงานมหกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรสุริยุปราคา ณ หว้ากอ ครบรอบ 150 ปี และพัฒนาอุทยานฯตามแผนแม่บทฉบับใหม่


นพ.ธีรเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ หลังจากปี 2532 มีมติ ครม.ที่สำคัญให้จัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ เป็นโครงการระดับชาติ แต่เกือบ 30 ปีผ่านไป เนื่องจาก กศน. หน่วยงานที่รับผิดชอบอุทยานฯยังไม่มีการบูรณาการเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาด้านการพัฒนาถึงปัจจุบัน แต่ล่าสุดจะมีแนวทางการพัฒนาและความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงในการจัดงานครบรอบ 150 ปี หว้ากอในวันที่ 18 - 24 ส.ค.นี้ และร่วมกันดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อปี 2532 เพื่อนำสาระสำคัญจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาอุทยานฯเสนอในที่ประชุม ครม.สัญจรในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ที่ จ.เพชรบุรี เพื่อให้เห็นชอบในหลักการทั้งการจัดงานครบรอบ 150 ปี หว้ากอ และให้กระทรวงศึกษาการและกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตามแผนแม่บทที่กำหนดไว้ โดยไม่มีการถ่ายโอนภารกิจแต่อย่างใด


ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงฯจะจัดงบประมาณบางส่วนเพื่อสนับสนุนการจัดงานในวันที่ 18 ส.ค.ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย เนื่องจากอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ มีความสำคัญมากเป็นแหล่งสร้างเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ สำหรับแผนแม่บทที่ทำร่วมกันทุกหน่วยงานจะเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนอุทยานฯทุกด้านให้มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่า 2 กระทรวงมีความพร้อมในการใช้งบประมาณ ที่สำคัญโครงการนี้มี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาร่วมเป็นที่ปรึกษา เนื่องจากในอนาคตอุทยานหว้ากอจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้านการศึกษา เชื่อมโยงกับการก่อสร้างโครงการ “ ริเวียร่า” หรือการสร้างเส้นทางสายหลักเลียบชายทะเลไปภาคใต้ นอกจากนั้นหลังการพัฒนาตามแผนแม่บทอุทยานหว้ากอจะมีความสำคัญด้านการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ในระดับอาเซียน

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง