"สุพันธุ์"ห่วงขึ้นราคา NGV กระทบค่าครองชีพ

2022-09-11 11:39:00

"สุพันธุ์"ห่วงขึ้นราคา NGV กระทบค่าครองชีพ

Advertisement

"สุพันธุ์"ห่วงขึ้นราคา NGV กระทบค่าครองชีพ เบรก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย เพิ่มภาระให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.65 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับราคาก๊าซ NGV ขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม จาก 15.59 เป็น 16.59 บาท ว่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นวงกว้าง เพราะจะทำให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งบางรายการสินค้าเพิ่มขึ้นกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้นไปอีก

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันนั้น มีสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เพราะพลังงานถือเป็นต้นทุนหลักในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด หากดูดัชนีราคาผู้บริโภค 8 เดือนแรกของปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะพบว่าเพิ่มขึ้นกว่า 6.14 % หมายความว่าค่าครองชีพเพิ่มขึ้นสูงมาก แม้จะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ แต่การขึ้นราคาก๊าซ NGV นั้นก็ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะปัจจุบันรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งสินค้านั้นใช้ทั้งเชื้อเพลิงดีเซลและ NGV ร่วมกัน ทำให้ต้นทุนในการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าเป็นลำดับต่อไป

นายสุพันธุ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐไม่มีมาตรการตรึงราคาพลังงานหรือหาทางลดราคาพลังงานลง จะทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นไปอีก เพราะมีการคาดการณ์กันว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 28 กันยายน ที่จะถึงนี้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกรอบเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และไม่ให้มีช่องว่างอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันเกินไปกับต่างประเทศ ซึ่งหากมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกรอบจริง จะซ้ำเติมประชาชนคนตัวเล็กมากขึ้น เพราะจะต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอีก ทั้งจากราคาก๊าซ ราคาค่าไฟที่จะปรับขึ้น และดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้น ณ ปัจจุบันสิ่งที่รัฐต้องทำคือการกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจเดินต่อไป ให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าและลดค่าครองชีพ การขึ้นราคาพลังงาน ค่าไฟ และดอกเบี้ย นั้นนอกจากจะเพิ่มภาระให้ประชาชนแล้วยังจะชะลอการลงทุนที่กำลังจะกลับมาออกไปอีก อาจทำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs จำนวนมากที่กำลังจะกลับมาหลังจากวิกฤตโควิด-19 อาจจะต้องชะลอแผนการกลับมาเปิดกิจการหรือขยายกิจการเพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ รัฐจึงควรที่จะตรึงหรือหาทางลดราคาพลังงานและตรึงอัตราดอกเบี้ยออกไปอีกสักระยะ เพื่อให้การใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศกลับมาก่อน เพื่อเป็นการให้โอกาสคนตัวเล็กได้กลับมายืนให้ได้และไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชนไปมากกว่านี้