เสี่ยเบนซ์ทำร้าย รปภ.เข้าพบ ตร.ยอมรับผิด

2018-01-16 18:05:12

เสี่ยเบนซ์ทำร้าย รปภ.เข้าพบ ตร.ยอมรับผิด

เสี่ยเบนซ์กระชากคอเสื้อรปภ. ก่อนชกหน้าเตะซ้ำเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ยอมรับผิดทำร้ายร่างกาย พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย ด้านผู้การฯภูเก็ต สั่งพนง.สอบสวนแจ้ง ข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย และตรวจสอบเพิ่มใบอนุญาตฯพกพาอาวุธปืน


จากกรณี โซเชียลมีเดียมีการแชร์คลิปขณะที่ มีคนขับรถหรู เป็นรถเบนซ์เปิดประทุนคันหนึ่งพร้อมเพื่อนชาวต่างชาติ เกิดการทะเลาะวิวาทและทำร้ายเจ้าหน้าที่รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่งบริเวณทางเข้าโรงแรมดัง ซึ่งระบุว่าบนพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 15 ม.ค.61 ที่ผ่านมา บริเวณทางเข้า และทางออกของ โรงแรมรอยัล พาราไดซ์ ถนน ราษฏร์อุทิศ 200 ปี เทศบาลเมืองป่าตอง โดยมีผู้ถูกทำร้ายเป็นเจ้าหน้าที่รปภ.ซึ่งดูแลทางเข้าออก คือ นาย เจษฎา ขอสงวนนามสกุล (ทองเอียด) อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายชนะ ธรรมวิชัย อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจในพื้นที่หาดป่าตอง

Advertisement




สอบถามเพิ่มเติมไปยัง พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้รายงานจากทาง สภ.ป่าตอง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยตอนเกิดเหตุนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ออกมาจากซอยโรงแรมดังกล่าว และทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้มีการเรียกขอตรวจบัตรตามปกติ สร้างความไม่พอใจให้กับคนขับรถเบนซ์ และได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่ฯ พร้อมทั้งได้กระชากคอเสื้อมาชกต่อย นอกจากนี้ได้มีการชักปืนออกมาข่มขู่ หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยทางร้อยเวรเจ้าของคดีได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร จากนั้นได้เรียกตัวมาสอบสวน
“จากคำให้การของผู้ก่อเหตุบอกว่า ปืนที่ใช้ในการข่มขู่นั้นเป็นปืนบีบีกัน และผู้ก่อเหตุก็มีปืนจริงขนาด 9 มม.ด้วย 1 กระบอก ซึ่งเก็บไว้ที่บาร์เบียร์ และได้มีการนำปืนทั้งสองกระบอกมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้บาดเจ็บมาให้การด้วยว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นกระบอกใด เพราะทั้งสองกระบอกมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งก็ได้สั่งการพนักงานสอบสวนไปแล้วว่า ให้ตรวจสอบด้วยว่า สำหรับปืนจริงนั้นมีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ และให้ไปดูที่บาร์เบียร์ที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเอาปืนไปเก็บไว้นั้นเข้าข่ายสถานประกอบการหรือไม่ เพราะหากนำปืนไปไว้ในบาร์เบียร์ที่เปิดเป็นสถานบริการก็มีความผิดด้วย ซึ่งเมื่อเรียกตัวมาสอบปากคำแล้วก็คงต้องแจ้งข้อกล่าวหาเลย ส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขณะนี้กลับไปรักษาตัวที่บ้านแล้ว ซึ่งในการแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ขณะนี้รอใบรองแพทย์เพื่อยืนยันบาดแผลก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป”

พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหานั้นรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เนื่องจากมีหลักฐานซึ่งเป็นคลิปชัดเจน เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอตรวจบัตร ซึ่งในการตรวจบัตรอย่างเข้มข้นนั้นถือเป็นมาตรการที่ดีในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปในสถานที่นั้นๆ เพราะเราไม่ได้มีเรื่องของปัญหาอาชญากรรมอย่างเดียว แต่เรายังเป็นพื้นเป้าหมายในการก่อวินาศกรรมและอื่นๆ ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละพื้นที่เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแต่ละบริษัทที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมที่พักต่างๆ อย่างเข้มงวด

Advertisement





ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสภ.ป่าตอง เพื่อพบกับ คือ นายชนะ ธรรมวิชัย อายุ 37 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน นาย ชนะ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ประมาณ 05.00 น.ได้ขับรถไปส่งลูกค้า ที่โรงแรมดังกล่าว ซึ่งที่ที่ประตูทางเข้าไม่มีคนเฝ้าหรือมีการปิดรั้วกั้น ก็เลยขับเข้าไป ตามปกติเมื่อเข้าไปถึงหน้าฟรอนด์ของโรงแรม ลูกค้าจะลง ก็มีรปภ.เดินมาบอกว่าให้ตนกลับไปทางออกเพื่อเอาตั๋วจอดใหม่ ผมก็บอกว่าผมมาถึงนี้แล้ว ขอเวลาแป็บนึงเอาลูกค้าลงก่อน และขอให้ช่วยดูแลลูกค้าก่อนแทนที่จะสนใจเรื่องบัตรจอด เขาก็บอกว่า ไม่ได้ตามกฎพี่ต้องกลับไปเอา ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินรถทางเดียว และระยะทางไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้จอดรถไว้และเดินกลับๆไปเอา ซึ่งตนคิดว่าขณะนั้นมันไกลและเวลาตี 5 รวมถึงคิดว่าเค้าจะต้องคิดถึงแขกเป็นเรื่องหลัก จึงโมโห ต่อว่า หลังจากนั้นจึงเรียกรปภ.มาใกล้ให้ช่วยพยุงนทท.ขึ้นโรงแรม แต่รปภ.ก็ยังทวงถามแต่เรื่องบัตรจอด จนลูกค้าต่างชาติถามว่า มีปัญหาอะไร ตนเองได้เล่าให้ฟังว่าเค้าให้กลับไปเอาบัตรจอดแทนที่จะดูแลจนลูกค้าไม่พอใจ และขอให้ขับรถออกไปเพราะไม่อยากพักที่นี่แล้ว

จากนั้นตนจึงขับรถพาลูกค้าออกไป ระหว่างทางไปถึงทางออก ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวยู ตนได้ยินวิทยุสื่อสารของรปภ.ที่อยู่ตามจุดสนทนากัน ว่า มันใหญ่มาจากไหนอย่าให้มันออก สกัดไว้ก่อน เมื่อไปถึงหน้าป้อม จึงลงไปถามว่าพวกคุณมีอะไรกันนักหนาแค่มาส่งลูกค้า แทนที่จะสนใจลูกค้าทำไมไม่สนใจ มาสนใจเรื่องใบจอดรถ ถ้าเข้มขนาดนั้นต้องมีรปภ.อยู่ข้างหน้า ซึ่งจนท.ตอบว่าประตูเสีย ตนจึงตอบว่าต้องหาทางออกซิ ไม่ใช่มาแก้ที่ปลายทาง และช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลา ตี 5 ซึ่งก็ง่วงนอน สุดท้ายถามไปว่าตกลงจะเปิดมั้ย จนท.รปภ.เค้าตอบว่าไม่เปิด ต้องไปเอาบัตรจอดมาก่อน จึงโมโหจะเข้าไปกระชากคอเสื้อ ซึ่งผมอยู่ข้างนอก เค้าอยู่ในตู้ ตอนกระชากเค้าต่อยผม แต่ผมหลบและต่อยเค้าไปทีนึง ซึ่งขณะนั้นในคลิปอาจจะไม่เห็น จากนั้นตนเองได้เดินไปที่ประตูด้านหลังและดึงรปภ.คนดังกล่าวออกมา เพื่อมาคุยว่าทำไมไม่ยอมเปิด จากนั้นตนเองพยายามดันรปภ.ขึ้นรถเพื่อจะพาเค้ามาคุยที่โรงพักว่าทำไมมีสิทธิ์อะไรไม่ให้ตนออกไป เพราะปกติเช่นถ้าเป็นตำรวจจราจรมีการล็อคล้อเมื่อจอดรถผิดที่ผิดทาง เราก็เข้าใจ แต่เมื่อเป็นรปภ.คุณไม่มีหน้าที่กักไม่ให้เราไป ซึ่งเราเองก็มาส่งลูกค้าของโรงแรมซึ่งเค้ามาใช้บริการ


อย่างไรก็ตาม ตนเองก็ยอมรับผิด ความจริงก็ไม่อยากใช้ความรุนแรง และขอรับผิดตลอดข้อกล่าวหาที่ทำร้ายร่างกาย หลังเกิดเหตุก็ได้ออกมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมเจรจา แต่วันนี้ทางผู้เสียหายยังไม่มา ทั้งนี้อยากขอโทษ และยอมรับผิดที่กระทำ และพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย แต่ก็ยังติดต่อคู่กรณีไม่ได้ และเหตุการณ์นี้ถ้าถามว่าใครทำก่อนนั้น ตนเองยอมรับว่าไปกระชากคอเสื้อรปภ.ก่อน และยอมรับผิด เค้าเองอาจจะต่อยสวนมาเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่ผมจะต่อยไป ยอมรับว่าอารมณ์ขึ้น จึงคิดจะพาตัวเค้ามาที่โรงพัก เค้าไม่ยอมขึ้น จึงยื้อกันอยู่ประมาณ 5 นาที สุดท้ายก็ถามว่าตกลงจะเปิดมั้ย มันดึกแล้ว และผมก็มีสุนัขมาด้วย ไม่อยากมีปัญหาแต่ก็เกิดปัญหา ส่วนเรื่องปืนนั้นเป็นปืนบีบีกัน เนื่องจากเห็นว่ารปภ.มีหลายคนเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงดึงออกมาเพื่อขู่ไว้ ยอมรับว่าสติไม่ค่อยมีเพราะทำงานดึกและลากยาวหลายชั่วโมง พักผ่อนน้อย ประกอบกับดื่มมาเล็กน้อยทำให้ขาดสติ


ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สถานที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณทางเข้าออกของโรงแรม มีเจ้าหน้าที่รปภ.มาทำงานตามปกติ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ถูกทำร้ายรายดังกล่าวมาทำงาน โดยทางเจ้าหน้าที่โรงแรมรายหนึ่งซึ่งดูแลพื้นที่ระบุว่า ผู้ใหญ่ของโรงแรมได้มีคำสั่งให้พนักงานโรงแรมและเจ้าหน้าที่รปภ.ซี่งเป็นบริษัทเอาท์ซอร์ส งดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี แต่ยินดีที่จะให้บันทึกภาพบางส่วนในพื้นที่ ทั้งนี้ยังระบุอีกว่า จะมีการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่มีการเผยแพร่ภาพคลิปขณะเกิดเหตุดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้มีการขออนุญาต และเป็นการละเมิดพื้นที่กรรมสิทธิ์ของโรงแรม ในส่วนของเจ้าหน้าที่รปภ.ที่ถูกทำร้ายนั้นทางฝ่ายบริหารโรงแรมก็ได้มีการหารือที่จะมอบเงินเยียวยาในภายหลัง


Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง