"อนุทิน"แนะสงกรานต์ลูกหลานกลับบ้านพาผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน

2022-04-09 02:00:12

"อนุทิน"แนะสงกรานต์ลูกหลานกลับบ้านพาผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน

Advertisement

"อนุทิน"ชี้ผู้เสียชีวิตโควิด ส่วนใหญ่มีความเสี่ยง ไม่ได้รับวัคซีน แนะสงกรานต์ลูกหลานกลับบ้านพาผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน 

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หลังเทศกาลสงกรานต์ ว่า ธรรมชาติของโรค เชื้อจะติดอยู่กับคน และจะแพร่จากคนสู่คน ซึ่งช่วงสงกรานต์ประชาชนต้องกลับภูมิลำเนา ซึ่งเราไม่ได้ห้ามเพราะเข้าใจว่าเป็นประเพณีของคนไทย โดยเราประเมินว่ายอดผู้ติดเชื้อจะขยับขึ้นแน่นอน แต่เพราะสายพันธุ์โอมิครอน มีความรุนแรงต่ำกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ เท่ากับแม้จะติดเชื้อแต่จำนวนผู้ป่วยหนักถึงเสียชีวิตลดน้อยลง ส่วนสำคัญเพราะการให้บริการวัคซีน รวมไปถึงความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย ส่วนกลุ่มที่เสียชีวิต คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และไม่ได้รับวัคซีน ตามเกณฑ์ของ สธ. แนะนำ ซึ่งเราพยายามแก้ปัญหา ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนเชิงรุกให้ได้มากที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ช่วงสงกรานต์ ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) ไปจนถึงโรงพยาบาล เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่การรักษาโควิด-19 แต่ยังหมายถึงเรื่องอุบัติเหตุและโรคอื่นๆด้วย เรายังให้ความมั่นใจว่าระบบสุขภาพของไทยมีความพร้อม ทั้งยังให้การรณรงค์เรื่องการรับเข็มบูสเตอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้มีกลุ่มที่ปฏิเสธการรับวัคซีน ซึ่งเราต้องหาทางนำเขาเข้ามาฉีดให้ได้ โดยในช่วงสงกรานต์เป็นวันหยุดยาว เราก็ยังให้บริการวัคซีน ขอให้ลูกหลานที่กลับไปเยี่ยมภูมิลำเนา ได้พาผู้สูงอายุมารับวัคซีน เราไม่อยากเห็นการป่วยหนัก เราไม่อยากเห็นการเสียชีวิต แต่ถ้าติดเชื้อแล้วอยู่ในเกณฑ์ปานกลางก็ต้องได้รับการรักษา เราต้องพร้อมทั้งสถานที่ ยา แพทย์ บุคลากร ต้องขอบคุณบุคลากรทุกท่าน ที่ดูแลประชาชน หลายท่านเสียสละ ทำงาน ไม่ได้กลับบ้าน ขอให้ประชาชน โปรดให้ความร่วมมือในการช่วยกันระมัดระวังตนเองจากโควิด-19 ถือเป็นการให้กำลังใจคนทำงาน

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เรื่องการเปิดประเทศเราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาระบบเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมามาก ต้องหาทางเข้าไปช่วยเหลือ หาช่องทางให้คนได้ทำมาหากิน จะเห็นว่าเราฉีดวัคซีนให้แรงงาน พนักงาน ข้าราชการ คนทั่วไป เราพยายามฉีดให้ครบถ้วน ถึงเวลาที่ต้องคลายล็อกอย่างเหมาะสม เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ให้ปรับเป็นร้านอาหาร แต่ขอให้เคารพกฎหมายเช่นกัน เราอยากให้คนกลับมาใช้ชีวิต เราตระหนักถึงเรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ แต่ต้องอยู่บนจุดที่เหมาะสม เมื่อมีปัญหาจะต้องเข้าไปจัดการได้ ตอนนี้เราจะต้องใช้ชีวิตกันแบบ NEW NORMAL การที่เรายังได้รับการจัดลำดับเรื่องความมั่นคง ด้านการให้บริการด้านสาธารณสุขอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก ส่งผลให้ต่างชาติ ยังเชื่อมั่นในประเทศไทย ที่สำคัญเราได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน การไปสู่ความเป็นโรคประจำถิ่นได้พยายามเดินทางไปถึงจุดนั้นตลอด ภายใต้เป้าหมายเรื่องการกดยอดผู้ป่วยหนัก การลดยอดผู้เสียชีวิตและเศรษฐกิจต้องเดินได้ด้วย สำหรับตน สำหรับแพทย์ เราไม่อย่ากให้ใครติดเชื้อเลย จริงๆ ทำได้ด้วยการล็อกดาวน์ แต่มีผลเสียมหาศาลตามมา ต้องหาทางออก เพื่อให้ทุกส่วนไปด้วยกันได้ จุดแข็งของไทยคือระบบสุขภาพไทยยังเข้มแข็ง ที่ผ่านมา ระบบที่เกิดขึ้น เรามีองค์คณะในการตัดสินใจ ประกอบไปด้วยทุกภาคส่วนมาประเมิน ใช้วิชาการมาช่วยคิด ใช้ประสบการณ์ทางการแพทย์มาช่วยพิจารณา การเลือกแนวทาง ไม่ได้มาจากคน คนเดียว

"ทุกการเสียชีวิต ทางรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข เราเสียใจมาก ตอน ก.คปีที่แล้วมีเดลตาเข้ามา และวัคซีนยังไม่คงที่ เราเอาผู้ป่วยเข้าระบบทุกคน ไม่สนใจเรื่องอาการจะสีไหน หนัก เบา ต้องได้เข้าโรงพยาบาล ตั้งโรงพยาบาลบุษราคัม ตั้งโรงพยาบาลสนามมากมาย แต่รายงานความสูญเสีย ก็ยังเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดเลย เราทุกคนเสียใจ ที่ผ่านมา การทำงาน มันต้องใช้การสนับสนุน ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ช่วยเหลือมาตลอด และต้องขอบคุณบุคลากรการแพทย์ทุกท่านที่มีความตั้งใจแน่วแน่ จนกระทั่งเราสามารถก้าวข้ามวิกฤตกันมาได้"นายอนุทิน กล่าว