"ชัชชาติ"ลุยฝนหาเสียง

2022-04-03 13:26:51

 "ชัชชาติ"ลุยฝนหาเสียง

Advertisement

"ชัชชาติ-ดร.ยุ้ย" ลุยฝนพบปะชาวชุมชนเพชรพระราม เขตห้วยขวาง  ก่อนปล่อยขบวนรถ EV หาเสียง ตั้งเป้าส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ลดมลภาวะอากาศของเมือง

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.65  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเช้าวันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หรือ "ดร.ยุ้ย" หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจเพื่อนชัชชาติลงพื้นที่หาเสียงชุมชนเพชรพระราม เขตห้วยขวาง ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ชุมชนเพชรพระรามตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายแปดริ้ว บนที่ดินกรรมสิทธิ์ของการถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขนาด 9 ไร่ มีประชากรประมาณ 1,000 คน 350 หลังคาเรือน


ทั้งนี้นายชัชชาติ ได้รับฟังปัญหาสำคัญหลายด้านจากผู้นำชุมชน อาทิ ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย ปัญหามลภาวะทางอากาศและเสียงจากการสัญจรรถไฟและเรือด่วน ผลกระทบจากโควิด-19 ด้านเศรษฐกิจปากท้องและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข รวมทั้งปัญหายาเสพติดที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหากไม่เร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ผู้นำชุมชน กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ชัชชาติเดินทางมาชุมชนอีกครั้ง หลังจากเคยปั่นจักรยานมาเยี่ยมชาวชุมชน ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. สามารถเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างเจ้าของที่ดินและชุมชนในการจัดสร้างบ้านมั่นคงให้ชุมชนได้ ควบคู่กับรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อสร้างนิสัยการออม จนขชัชชาติย้ำชุมชนและเมืองเข้มแข็งเริ่มต้นจากบ้านมั่นคง


จากนั้นนายชัชชาติ พร้อม ดร.ยุ้ย ได้ปล่อยขบวนหาเสียงด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามแนวคิดหาเสียงแบบรักเมือง ขบวนหาเสียงขับไปตามเส้นทาง ถนนจันทร์ ถนนพระราม 3 ถนนเจริญราษฎร์ และ ถนนสาธุประดิษฐ์ ระหว่างเส้นทาง นายชัชชาติ แวะหาเสียงที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา ตลอดเส้นทางมีผู้ค้าและประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายชัชชาติ กล่าวว่า เพื่อนชัชชาติพยายามใช้รถไฟฟ้าในการหาเสียงให้มากที่สุด โดยในเบื้องต้นมี จำนวน 23 คัน แบ่งเป็น รถเมล์ไฟฟ้า 2 คัน รถตุ๊กไฟฟ้า 5 มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า 7 คัน รถกระบะไฟฟ้า 1 คัน และรถยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ อีก 8 คัน มีเป้าหมายเพื่อลดมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และส่งเสริมการใช้พาหนะไฟฟ้าใน กทม.

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. สามารถส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้โดยร่วมมือกับภาคเอกชน พัฒนาจุดชาร์จไฟฟ้าในพื้นที่ของ กทม. เช่น สำนักงาน สวนสาธารณะ ฯลฯ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ชัชชาติเชื่อมั่นว่า กทม. สามารถดำเนินการได้ทันทีเพราะเอกชนมีความรู้ความเชี่ยวชาญและพร้อมให้ความร่วมมือ


ขณะเดียวกัน  นายชัชชาติมองว่า กทม. สามารถเป็นตัวกลางผลักดันให้ประชาชนหันมาเปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่สูงด้วยการส่งเสริมความรู้ผ่านโรงเรียนฝึกอาชีพกทม. หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นเมืองสะอาด สิ่งแวดล้อมดีต่อไป

นายชัชชาติ เชื่อมั่นว่า แนวคิดหาเสียงแบบรักเมือง โดยการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นส่วนสำคัญของการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างยั่งยืน เป็นการรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงอากาศสะอาด เพื่อสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ของทุกคนอย่างแท้จริง