"หมอชลน่าน"ซัดนายกฯต้นตอปัญหาจี้ลาออก-ยุบสภา

2022-02-17 13:39:50

"หมอชลน่าน"ซัดนายกฯต้นตอปัญหาจี้ลาออก-ยุบสภา

Advertisement

อภิปรายรัฐบาลวันแรกเริ่มแล้ว  "หมอชลน่าน" เปิดญัตติข้าวของแพง ค่าแรงถูก ซัดรัฐบาลบริหารผิดพลาดล้มเหลวทุกด้าน ชี้นายกฯ คือต้นตอปัญหา จี้ลาออก ยุบสภา

เมื่อเวลา 09.46 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันแรก โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ทั้งนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ลุกขึ้นชี้แจงเวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านว่า การอภิปรายวันแรกจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึงเวลาประมาณ 24.00 น. โดยจะใช้เวลา 15 ชั่วโมง ส่วนการอภิปรายฯวันที่สองคือวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. โดยฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายสองวันรวม 22 ชั่วโมง ซึ่งมีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ร่วมอภิปรายครั้งนี้ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 760 นาที พรรคก้าวไกล 303 นาที พรรคเสรีรวมไทย 80 นาที พรรคประชาชาติ 57 นาที พรรคเพื่อชาติ 50 นาที พรรคพลังปวงชนไทย 30 นาที พรรคไทยศรีวิไลย์ 20 นาที และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 20 นาที

ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ชี้แจงเวลาการอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลว่า พรรคร่วมรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เวลาอภิปรายรวม 8 ชั่วโมง โดยนอกจากเวลาของรัฐมนตรีชี้แจงแล้ว ยังได้แบ่งเวลาให้พรรคพลังประชารัฐ 44 นาที ภูมิใจไทย 27 นาที ประชาธิปัตย์ 23 นาที พรรคเล็กที่มีส.ส.เกินกว่า 1 คน 6 นาที และพรรคเล็กที่มีส.ส.พรรคละ1 คน ได้ 4 นาทีได้ร่วมอภิปรายชี้แจงด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลจะสนับสนุนบรรยากาศในการประชุมเพื่อให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และให้โอกาสรัฐมนตรีในการชี้แจงข้อซักถาม รวมถึงข้อเสนอแนะของฝ่ายเค้าน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และประโยชน์ต่อประชาชน และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือตามที่ตกลงกันไว้ทุกประการ

จากนั้นนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้า พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเสนอเปิดญัตติฯตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรงเข้าทำนอง “ข้าวของแพง ค่าแรงถูก” สืบเนื่องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวผิดพลาดในทุกด้านของรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำและทรุดตัวมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการยึดอำนาจจนถึงการบริหารของรัฐบาลปัจจุบันซึ่งเป็นรัฐบาลเดียวกัน มีการก่อหนี้สาธารณะสูงสุดเป็นประวัติการณ์จนต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ ขณะที่หนี้ครัวเรือนของประชาชนและอัตราการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่ก็สูงขึ้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อกว่าสองล้านคนและเสียชีวิตกว่าสองหมื่นคน ขณะที่มาตรการป้องกันและแก้ปัญหาก็ไม่มีความชัดเจนแน่นอนกลับไปกลับมา ยิ่งทำให้เศรษฐกิจของประเทศดิ่งเหว การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ขณะที่รัฐบาลไม่มีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม ประชาชนทุกสาขาอาชีพได้รับความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้า การจัดหาวัคซีน เพื่อนำมาฉีดให้ประชาชนก็ล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ต่อมาก็เกิดการแพร่ระบาดของโรคระบาดในสัตว์รวมทั้งเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรด้วย ทำให้สุกรขาดตลาดและเนื้อสุกรมีราคาสูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่รัฐบาลกลับปกปิดข้อมูลการระบาดของโรคจนทำให้การแพร่ระบาดกระจายไปทั่วประเทศ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเสียหายและเดือดร้อนในวงกว้าง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวกลับมีข้อมูลว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนรายใหญ่อันเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้กับประชาชน การแก้ปัญหาโรคระบาดทั้งในคนและสัตว์ขาดองค์ความรู้และภูมิปัญญา เน้นแก้ปัญหารายวัน ขณะเดียวกันสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบและความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่จะควบคุมและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหา PM 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี โดยที่รัฐบาลไม่มีมาตรการในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม การแก้ปัญหาประมงล้มเหลวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการนับแสนราย

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า การปฏิรูปการเมืองตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่มีความคืบหน้าแม้แต่เรื่องเดียว เหตุเพราะรัฐบาลขาดความจริงใจที่จะปฏิรูปการเมือง เช่น เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ระบบการเมืองไทยถอยหลังไปกว่า 40 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้ไทยต้องสูญเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจมหาศาล จากการที่ไม่เตรียมพร้อมต่อการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงสายลาว-จีน และสูญเสียโอกาสที่จะได้ต่อกลุ่มความร่วมมือเอเปค การเลือกตั้งย้อนยุคไปสู่ระบบอุปถัมภ์และการใช้เงินเป็นหลัก การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลยังส่อไปในทางทุจริต หลายเรื่องที่ส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดิน จากรายงานของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาและผลวิจัยจากภายนอก พบว่ารัฐบาลนี้มีการทุจริตสูงมาก ส่งผลทำให้อันดับการทุจริตคอรัปชั่นโลกของไทยสูงขึ้นซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศอย่างกว้างขวางทุกพื้นที่และยังเป็นแหล่งส่งออกยาเสพติดรายใหญ่ไปยังหลายประเทศ จนทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายไปทั่วโลก จึงถือได้ว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นวิกฤติของประเทศที่จะต้องมีการระดมความคิดเห็นและหามาตรการเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงมาตรการการชดเชยเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและประชาชนผู้บริโภคที่ต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นราคาสินค้า

“จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้นจึงเป็นกรณีที่มีความจำเป็นที่ส.ส. ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยจะได้ซักถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพปัญหาและหาแนวทางแก้ปัญหาของคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว และร่วมกันหาข้อสรุปเพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาได้อย่าง ตรงเป้าหมาย อันจะยังประโยชน์และลดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนต่อไป” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ญัตตินี้ไม่ต้องมีการลงมติ แต่มีลักษณะซักถามข้อเท็จจริง พร้อมทั้งเราต้องการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งหมายรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน วันนี้ประชาชนคนหมู่มากที่เขาอยากรู้ว่าทำไมชีวิตเขาถึงลำบากทุกข์ยากแสนสาหัส มีความหวังที่ริบหรี่ในการดำเนินการ ลูกหลานไร้อนาคต ปัญหาเหล่านี้คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายกฯไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหา ไม่รู้สาเหตุเกิดปัญหา และไม่รู้วิธีแก้ปัญหา เราจึงต้องเสนอแนะไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด เราต้องการถล่มปัญหา ไม่ได้มุ่งหมายถล่มนายกฯ การอภิปรายสองวันนี้ ญัตตินี้เป็นญัตติแพงจนพังทั้งแผ่นดิน โดยการอภิปรายจะครอบคลุมทุกมิติ แต่ค่าแรงรายได้ของประชาชนแสนจะถูก จนเกิดปัญหาสังคมตามมาที่เกิดจากการบริหารผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล เราต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง มุ่งหวังว่าวิกฤตต่างๆ ตอนนี้ จนทั้งแผ่นดิน แพงทั้งแผ่นดิน เจ็บป่วยตายเกลื่อนทั้งแผ่นดิน เป็นเรื่องวิกฤต อย่าเห็นความเสียหายของประชาชนเป็นเรื่องปกติ หรือเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหา ยืนยันว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านทำตามรัฐธรรมนูญและเพื่อประชาชน ไม่ได้อคติหรือถือโทษใดๆ ทุกอย่างเกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดชัดเจนในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกฯและรัฐมนตรี

“เหตุของปัญหาอยู่ที่การเมือง การเข้าสู่อำนาจของนายกฯ ทุกคนรู้หมด มีการสืบทอดอำนาจ วางโครงสร้างกฎหมายเอาไว้ ใช้กลไกลตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ว่าจะอยู่ในอำนาจต่อไปอย่างไร บังคับใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อท่านมากที่สุด การใช้อำนาจไม่ชอบธรรม เอื้อพวกพ้องไม่เห็นหัวประชาชน ทำให้เกิดปัญหาและวิกฤต ใช้อำนาจบิดเบี้ยว บิดเบือน โดยเฉพาะสภาฯทำหน้าที่ตรวจสอบได้ยากลำบาก ปัญหาโครงสร้างทั้งหมดอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่ส่งผลจนถึงปัจจุบัน นายกฯมีเสียงข้างมากแบบง่อนแง่น นายกฯคือตัวปัญหา เราได้นักบริหารที่เป็นปัญหา การที่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลปลีกออกมาเป็นเอกเทศในการต่อสู้ เพราะเขาต้องการบอกว่าท่านไม่ควรอยู่ในอำนาจต่อไปอีกแล้ว เขาพร้อมมาอยู่กับฝ่ายค้านในการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพ.ค. ปัญหาเหล่านี้สิ่งที่จะหยุดได้คือตัวนายกฯ ขอให้มองดูตัวเองและบอกว่าจะทำเพื่อประโยชน์เพื่อประชาชนให้ดีที่สุดด้วยประกาศขอออกจากตำแหน่งนี้ ซึ่งจะด้วยการลาออกก็ดี เพื่อมีครม.ชุดใหม่เข้ามาทำให้สภาฯเข้มแข็ง หรือคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการประกาศยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกมอบอำนาจให้ใครไปบริหารประเทศชาติต่อไปนั่นคือการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง” นพ.ชลน่าน กล่าว