"สาธิต"จ่อชงแก้วิกฤตเด็กไทยเกิดน้อยนโยบาย ปชป.

2022-02-16 15:33:33

"สาธิต"จ่อชงแก้วิกฤตเด็กไทยเกิดน้อยนโยบาย ปชป.

Advertisement

"สาธิต"จ่อชงแก้วิกฤตเด็กไทยเกิดน้อยเป็นนโยบาย ปชป. ดันแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรระยะยาว จับมือทุกฝ่ายเดินหน้าร่วมกัน ชี้บทเรียนสิงคโปร อุดหนุนเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องปรับค่านิยม สร้างครอบครัวมีลูกวัยเจริญพันธุ์ ดึงคนดังบอกเล่าประสบการณ์ความสุขจากการมีลูก

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขวิกฤตเด็กเกิดต่ำสุดเพียง 5.4 แสนรายว่า ขณะนี้หลายฝ่ายเห็นปัญหาเหมือนกันว่าจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหากันตั้งแต่วันนี้ โดยมีคณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ที่มีรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ซึ่งได้มอบหมายให้ตนมาดูแลเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือรัฐบาลเปลี่ยนแปลง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนี้ดูแลทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะดันเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำเรื่องนี้ในระยะยาวหรือไม่นั้นต้องหารือกันก่อน แต่นี่เป็นหนึ่งเรื่องที่ตนจะชงเข้าเป็นนโยบายของพรรค เบื้องต้นมีการหารือกับทาง พม.อยู่ และรอเวลาที่จะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน แต่ตอนนี้ก็มีการรณรงค์กันไปก่อน บางนโยบายที่ดีหากคนตอบรับดีก็จะผลักดันต่อ ส่วนบางเรื่องหากคนยังไม่ตอบรับก็อาจจะต้องมีการทบวน อย่างเรื่องที่อยากให้เป็นนโยบายของพรรค อาทิ เรื่องการดูแลผู้สูงอายุ เด็กเกิดน้อย กลุ่มเปราะบาง ที่ต้องดูแลร่วมกัน ช่วยเหลือ สร้างคุณภาพชีวิตให้คนเหล่านี้

เมื่อถามว่าภายในรัฐบาลมีการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร นายสาธิต กล่าวว่า ตนเคยพูดครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจและตระหนักดี และตนพยายามให้ท่านผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ในส่วนของคณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ ที่กระทรวงสาธารณสุขที่เป็นประธานหลักในการดูแล แก้ไขก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่งทำแล้วระดับหนึ่ง แต่หากจะปรับเปลี่ยนค่านิยม เราต้องทำให้ว้าวขึ้นมา เบื้องต้นตนได้มอบให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เชิญอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความสุขในการเลี้ยงลูก ที่มีความสนุกในการเลี้ยงลูก มาเป็นตัวอย่างการวางแผนครอบครัว ซึ่งจะมีต้นแบบในแต่ละพื้นฐานรายได้ครอบครัว หากรัฐบาลช่วยกันทั้งหมดทุกกระทรวง ก็จะค่อยๆ ทำให้ฐานความคิดคนเริ่มเปลี่ยน อาจจะอย่างน้อย 5 ปี

เมื่อถามถึงกรณีการมีบุตรแล้วมีภาระค่าใช้จ่ายตามมา รัฐจะช่วยเหลือเพิ่มเงินอุดหนุน รวมถึงมีข้อเสนอให้รัฐช่วยจ่ายค่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อน “คนละครึ่ง” นายสาธิต กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาผู้มีบุตรยากสิ่งสำคัญคือการปรับค่านิยม อาจจะไม่ใช่เรื่องของการให้เงินทั้งหมด เพราะมีตัวอย่าง เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่จ่ายเงิน 1 แสนบาทกรณีมีเด็กเกิด 1คน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องคิดให้ครอบคลุมทั้งระบบ ทั้งเรื่องของสวัสดิการ และในระยะยาวตั้งแต่เกิด ถึงจบปริญญาจะมีการส่งเสริมให้มีครอบครัว และมีลูกที่มีคุณภาพได้ มีการวางแผนครอบครัว

นายสาธิต กล่าวว่า ขณะนี้ เจ้าภาพคือคณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุขเราก็เรื่องนี้อยู่ร่วมกับทุกกระทรวง เราเหลือการให้ความสำคัญอย่างจริงจัง และการคำนวณงบประมาณ เพื่อประเมินว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนค่านิยมได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากเป็นวาระแห่งชาติ ต้องใช้งบประมาณเทเข้าไป ฉะนั้น เราก็ต้องช่วยกัน ในวันนี้เรามีเพียงชุดสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมให้คนไทยมีลูก แต่ในอนาคตที่มีเรื่องค่าใช้จ่าย เราก็ยังไม่กล้าพูดต้องใช้งบประมาณมากแค่ไหน แต่กล้าพูดว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งต้องใช้เงินในการแก้ไขปัญหาด้วย

"วาระแห่งชาติ เช่น คนละครึ่ง ที่น่าจะใช้ได้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่หากเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว การให้ความสำคัญในเรื่องนี้ต้องลดลง เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องประชานิยม ดังนั้น เรื่องนี้ต้องปรับเป็นนโยบายที่จำเป็น เรื่องสำคัญของประเทศชาติ อย่างเรื่องโครงสร้างประชากรที่เรากังวลกัน หากเป็นวาระแห่งชาติแล้วก็อาจจะปรับโหมดการใช้เงินในส่วนที่รัฐให้ความสำคัญ” นายสาธิต กล่าว