กรมการแพทย์เตือน "ปวดหัว"ต้องรีบตรวจรักษา

2022-02-11 23:00:43

กรมการแพทย์เตือน "ปวดหัว"ต้องรีบตรวจรักษา

Advertisement

กรมการแพทย์เตือนอาการปวดหัวต้องรีบตรวจรักษา อาจเกิดจากความผิดปกติของสมอง และ ระบบประสาท 

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการปวดหัว สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการปวดหัวของตัวท่านและคนในครอบครัวเองว่า ลักษณะอาการปวดหัวนั้น มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบไปรับการตรวจรักษามากน้อยเพียงใด โดยอาการที่ถือเป็นสัญญาณเตือนอาการปวดหัวที่ต้องรีบไปรับการตรวจรักษา ได้แก่ อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในผู้สูงอายุ หรืออายุเกิน 50 ปี โดยไม่เคยปวดลักษณะนี้มาก่อน อาการปวดที่เกิดขึ้นทันทีทันใดและรุนแรงมาก อาการปวดหัวร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาท อาทิ เห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด แขนขาชาหรืออ่อนแรง หน้าเบี้ยว มุมปากตก เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ พูดลำบาก พูดไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจหรือพูดไม่ออก มีอาการชักเกร็ง มีไข้ คอแข็ง ก้มเงยคอไม่ได้ เนื่องจากเจ็บหรือปวดมาก ๆ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย อาการปวดหัวในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งที่อวัยวะอื่น ๆ มีอาการปวดหัวร่วมกับตาแดง ตามัว หรือมองเห็นภาพแคบลงหรือเปลี่ยนแปลงไป อาการปวดหัวเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งความถี่ และความรุนแรง รับประทานยาแล้วไม่ดีขึ้น อาการปวดหัวเฉพาะที่ ไม่มีการย้ายตำแหน่ง ปวดที่เดิมตลอด เป็นต้น


ด้าน ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า ถ้าอาการปวดหัวนั้นเกิดขึ้นจากเหตุและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อาทิ ภาวะเครียดจากงานหรือสภาพจิตใจ อุณภูมิร้อนหรือเย็นเกินไป สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังหรือวุ่นวาย การทำกิจกรรมที่มากหรือหนักเกินไป หรือปวดหัวจากโรคกลุ่มไมเกรน ซึ่งอาการปวดหัวจากโรคในกลุ่มนี้มักจะไม่ค่อยรุนแรง แต่อาจรบกวนการทำกิจวัตประจำวันเป็นแต่ละครั้งอาจจะหายเร็วหรือช้าแตกต่างกันไป ตำแหน่งมักจะกินพื้นที่ของบริเวณศีรษะค่อนข้างมาก หรือมีการเปลี่ยนย้ายตำแหน่งของอาการปวดไปตามส่วนต่าง ๆ ของศีรษะ บางครั้งซ้าย บางครั้งขวา เป็นต้น หากท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการปวดหัวร่วมกับสัญญาณเตือน ควรรีบไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลทันที แต่หากมีอาการปวดโดยปราศจากสัญญาณอันตรายข้างต้น แต่เข้าได้กับอาการปวดที่มีเหตุและปัจจัยกระตุ้นชัดเจน อาจจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงเหตุดังกล่าว และสามารถรับประทานยาแก้ปวด รอสังเกตอาการ หรือบางท่านอาจจะเลือกใช้วิธีการบีบนวดศีรษะ ฝังเข็ม ฟังดนตรีผ่อนคลาย ก็อาจจะช่วยลดหรือบรรเทาอาการได้ในบางสาเหตุของอาการปวด ส่วนกรณีการใช้สายรัดชงศีรษะ อาจจะบรรเทาอาการปวดเล็กน้อยจากการปวดหัวในกลุ่มที่ปวดจากความเครียดได้ คล้ายการบีบนวดศีรษะเบาเทาอาการ โดยไม่ได้อาศัยกลไกในการออกฤทธิ์ใด ๆ แต่ปัจจุบัน มีวิธีการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 โดยใช้แผ่นคาดศีรษะที่มีการใช้ไฟฟ้าขนาดน้อย ๆ กระตุ้นเส้นประสาทดังกล่าวเพื่อลดการทำงานที่มากเกินไปหรือผิดปกติ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ แต่ยังไม่ได้มีประสิทธิภาพที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานอื่น ๆ และราคายังค่อนข้างสูง หากจะเลือกใช้วิธีการรักษาใด ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันอันตรายหรือภาวะแทรกซ้อนรวมถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา แต่ดีที่สุดคือการเข้ารับการตรวจรักษาและข้อรับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป