"วราวุธ" สั่งทุกหน่วยงานป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันรั่วไหลขึ้นชายฝั่ง

2022-02-11 20:23:20

"วราวุธ" สั่งทุกหน่วยงานป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันรั่วไหลขึ้นชายฝั่ง

Advertisement

"วราวุธ" มอบทุกหน่วยงานป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันรั่วไหลขึ้นชายฝั่ง ทั้งหาดแม่รำพึง อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จี้บริษัทแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งครัด รับผิดชอบเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นายวราวุธ ศิลปอาชา  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากกรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ผวจ.ระยอง ผู้แทนจากกองทัพเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาธารณสุขจังหวัดระยอง ประมงจังหวัดระยอง สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ได้ประชุมหารือ กรณีน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล จ.ระยอง


นายวราวุธ กล่าวว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 21.06 น. ได้เกิดเหตุน้ำมันดิบ (Light Crude Oil) รั่วไหลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล (SPM) ของบริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ห่างจากชายฝั่งบริเวณตำบลมาบตาพุด จ.ระยอง ประมาณ 20 กิโลเมตร และเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2565 เวลา 09.20 น.ได้เกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่ออ่อนใต้น้ำของทุ่นลอย( SPM) จากบริเวณเดิมที่เคยเกิดเหตุขึ้น ในวันนี้ได้ประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดในแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติเพื่อจัดทำมาตรการรองรับในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและที่ประชุมได้มีความเห็นในการดำเนินงานต่อไป


นายวราวุธ กล่าวต่อว่า จากการประชุมได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันรั่วไหลขึ้นชายฝั่ง ทั้งหาดแม่รำพึง และอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด ให้กรมควบคุมมลพิษ และกองทัพเรือ หารือเกี่ยวกับการพิจารณาความเหมาะสมของการใช้สารขจัดคราบน้ำมันในกรณีที่มีการรั่วไหลของน้ำมันเพิ่มเติม ให้กรมเจ้าท่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำรวจท่อขนถ่ายน้ำมันเพื่อตรวจสอบหาจุดที่อาจจะมีการรั่วไหล และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่จะไม่มีการรั่วไหลได้อีก การสืบหาพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นและปริมาณการรั่วไหลของน้ำมันดิบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ และ ให้บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินงานและข้อกำหนด ในการแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นอย่างเคร่งครัด มีข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยให้บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบ