สธ.เตือนอากาศหนาวระวังป่วยไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม

2017-12-20 15:00:31

สธ.เตือนอากาศหนาวระวังป่วยไข้หวัดใหญ่-ปอดบวม

Advertisement

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดูแลประชาชนเฝ้าระวังโรคที่พบบ่อยในช่วงอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังอาจปอดบวมได้ง่าย

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงนี้ ประเทศไทยมีอากาศหนาวอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงและจะลดลงอีก ประชาชนอาจเจ็บป่วยง่ายขึ้นจากโรคที่พบบ่อย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม อุจจาระร่วง หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีร่างกายมีภูมิต้านทานน้อย ส่งผลให้เมื่อเจ็บป่วยแล้วมีอาการรุนแรงกว่าปกติ ในปี 2560 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 189,870 ราย เสียชีวิต 54 ราย ผู้ป่วยโรคปอดบวม 251,792 ราย เสียชีวิต 248 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก จึงได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอากาศหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ เฝ้าระวังโรค และออกให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดช่วงฤดูหนาว

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันโรคที่มากับหน้าหนาว โดยรักษาความอบอุ่นของร่างกาย สวมเสื้อผ้าหนาๆ และเครื่องกันหนาว โดยเฉพาะบริเวณ หน้าอก ลำคอ ศีรษะและเท้า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มอาหารประเภทแป้งและไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หอบหืด ควรหมั่นตรวจเช็คค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด




“นอกจากนี้เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ ความเชื่อเรื่องการดื่มสุราจะช่วยแก้หนาวได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นเรื่องที่อันตราย โดยในช่วงแรกหลังดื่มสุราจะรู้สึกร้อนวูบวาบ ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ผลที่ตามมาที่ประชาชนคิดไม่ถึงคือร่างกายจะสูญเสียความร้อนและน้ำออกทางผิวหนังอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง หากดื่มเข้าไปมากแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เมาหลับไป ไม่ได้ดูแลร่างกายอบอุ่นอย่างเพียงพอ อาจเสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำได้ และไม่ควรผิงไฟโดยนำเตาถ่านหรือตะเกียงน้ำมันก๊าดเข้าไปจุดให้ความอบอุ่นในเต็นท์เนื่องจากในควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อผู้ที่อยู่ในเต็นท์หายใจเอาก๊าซ 2 ชนิดนี้เข้าไป จะทำให้เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ขาดออกซิเจนไปเลี้ยง โดยเฉพาะสมอง ทำให้เกิดอาการง่วง หลับโดยไม่รู้ตัวและเสียชีวิตได้”นพ.เจษฎา กล่าว