ผู้เสียหายอีกรายโผล่ชี้ตัว “หนอ วีระชัย”

2017-12-08 15:40:33

ผู้เสียหายอีกรายโผล่ชี้ตัว “หนอ วีระชัย”

ผู้เสียหายอีกรายชี้ตัวอดีตดารา “หนอ วีระชัย” พร้อมพวก ระบุถูกบังคับให้ถอดสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ไอโฟน เงินสด 1 หมื่นบาท ด้านทนายความรุดเยี่ยม 3 ผู้ต้องหาแจงมีเรื่องความเข้าใจผิดในบางประเด็น ขณะที่ตำรวจแถลงผู้ต้องหาเปิดบริษัทนักสืบ อ้างตรวจสอบพบว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงปฏิบัติตามหน้าที่

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Nuttapong Jitsaguan" หรือ นายณัฐพงศ์ จิตสงวน อายุ 26 ปี ถูกชาย 3 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ขอตรวจค้นร้านตกแต่งรถจักรยานยนต์ และจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ โดยใช้ปืนจ่อและใส่กุญแจมือ อ้างว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดียาเสพติด และฟอกเงิน ล่าสุด นายวีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล อายุ 38 ปี หรือ “หนอ วีระชัย” อดีตดารานักแสดง นายศิวัช หล่ำศรี อายุ 36 ปี และนายณรงค์ฤทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิด พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.เมธาศิษฐ์ พัฒนะกิตติพงษ์ รอง สารวัตร( สอบสวน ) สน.สายไหม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 8 ธ.ค.ที่ สน.สายไหม นายเกียรติศักดิ์ สาระวดี อายุ 32 ปีอาชีพขับรถตู้โรงแรมแห่งหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้เสียหายอีกคดีหนึ่ง ได้เดินทางมาพร้อมพนักงานสอบสวน สน คันนายาว เพื่อชี้ตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน สืบเนื่องจากวันที่ 4 พ.ย. เวลา 11.30น ขณะขี่รถจักรยานยนต์กำลังเข้าบ้านซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 10 ซอยวัชรพล กลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 4 คน สวมหมวกไหมพรม 1 คน ได้แสดงตัวตรวจค้น ก่อนอุ้มขึ้นรถยนต์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส จากนั้นบังคับให้ถอดสร้อยคอทองคำหนัก 5บาท ไอโฟน 7 พลัส เงินสด 1 หมื่นบาท โดยผู้เสียหายจำหน้าอดีตดารานักแสดงได้ว่า เป็นผู้ที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย

Advertisement



ต่อมา นายชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์ ทนายความของ 3 ผู้ต้องหา ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกความ โดยใช้เวลาประมาณ30 นาที ได้กล่าวว่า คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ลูกความของตน เคารพขั้นตอน ยังมีเรื่องความเข้าใจผิดในบางประเด็น สำหรับการที่ผู้เสียหายและผู้ดำเนินรายการทีวี ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ยังฟังความข้างเดียว และออกรายการด้วยข้อมูลที่เกินจริงในบางประเด็น จึงอยากให้ระมัดระวัง ส่วนภาพที่ปรากฎในคลิป ลูกความยอมรับว่าใช่ตัวเอง แต่ยังเข้าใจกันผิดในบางประเด็น


ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสเวช รักษาราชแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) และชุดสิบสวน สน.สายไหม ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ หมวกนิรภัย อาวุธปืน เครื่องแต่งกาย และ อื่นๆอีก กว่า 10 รายการ 

พล.ต.ท.ชาญเทพ เปิดเผยว่า คนร้ายได้ร่วมกันบุกเข้าไปในร้านของผู้เสียหายโดยมีอาวุธปืนและใช้กุญแจมือล็อกแขนผู้เสียหายไว้ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งตำรวจได้มีการสอบสวนหลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานครบจึงขอให้ศาลจังหวัดมีนบุรี ออกหมายจับพร้อมทำกดดันผู้ต้องหาจนเข้ามอบตัว จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การยอมรับในการกระทำที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.สายไหม ส่วนในพื้นที่ สน.คันนายาว ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยผู้ต้องหาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ระบุว่าสิ่งที่ตนเองและพวกทำไปเพราะได้มีการเปิดบริษัทนักสืบเพื่อสืบหาความจริง และตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงปฎิบัติตามหน้าที่ โดยจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายมีบริษัทนักสืบจริงอย่างที่กล่าวอ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่


ส่วนสาเหตุของการกระทำดังกล่าวเชื่อว่า ประสงค์ต่อทรัพย์ ของผู้เสียหาย ส่วนท่าทางที่ดูคล้ายเจ้าหน้าที่นั้น ทราบว่า นายวีระชัยศรีวณิก เคยผ่านการฝึกมาจากเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, บุกรุกยามวิกาล โดยใช้อาวุธปืน,พกพาอาวุธปืนไปใน ชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว

Advertisement



ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ สาระวดี หนึ่งในผู้เสียหายในพื้นที่สน.คันนายาว ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่สน.สายไหมคล้ายเหตุการณ์ที่ตนเองเคยประสบ คือ คนร้ายเข้ามาคุมตัวตนเองโดยอ้างว่ามีหมายจับในข้อหาครอบครองยาเสพติด และฟอกเงินก่อนจะมีการคุมตัวขึ้นรถและขับพาวนนานกว่า 3 ชั่วโมงก่อนที่จะเอาทมรัพย์สินที่มีติดตัวไป คือสร้อยคอทองคำ เงินสด และไอโฟน 7 พลัสไปและปล่อยตัวของตนเองลงทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไป โดยในวันนี้ได้มาดูตัวและยืนยันได้อย่างชัดเจน ซึ่งตัวเองมั่นใจว่าผู้ต้องหา 2 ใน 3 คนที่ตำรวจสน.สายไหมจับได้นั้นเป็นคนเดียวกันที่เข้ามาควบคุมตัวเอง

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้ฝากเตือนประชาชน หากมีเจ้าหน้าที่มาแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ให้ตรวจสอบ จากท้องที่ หรือหน่วยงานต้นสังกัด ว่ามีเจ้าหน้าที่ชื่อดังกล่าว ตามที่มาขอตรวจค้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังมี1ในคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว รวมถึง เตรียมงมหาปืนของกลางที่คนร้ายอ้างว่าโยนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานนวลฉวี จ.ปทุมธานี ต่อไป


ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. เจ้าหน้าตำรวจ สน.สายไหมควบคุมตัวนายวีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล อายุ 38 ปี หรือ หนอ อดีตดารานักแสดง พร้มอด้วย นายศิวัช หล่ำศรี อายุ 36 ปี และนายณรงค์ฤทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันบุกรุกยามวิกาล โดยใช้อาวุธปืน ,แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ในพื้นที่ สน.สายไหม และ สน.คันนายาว ไปฝากขังต่อศาลมีนบุรี 



แท็กที่เกี่ยวข้อง